เจ็ดนางฟ้า

เจ็ดนางฟ้า เป็นตำนานปรัมปราของจีนว่าด้วยงานประเพณีใน วันที่ 7 เดือน 7 (จีน 七夕 พินอิน qī xī แปลว่า ราตรีแห่งเลขเจ็ด) ตามปฏิทินแบบจีน เป็นที่มาของประเพณี ทานาบาตะ ในญี่ปุ่น และประเพณี Chilseok (칠석) ในเกาหลี ซึ่งมีการโยงตำนานนี้กับสถานที่ในภูเขาคึมกังซาน (ภูเขาเพชร) ที่ว่ากันว่าเป็นจุดที่นางฟ้าลงมาเล่นน้ำด้วย เทศกาลวันดังกล่าวเปรียบได้ว่าเป็นวันแห่งความรักในประเพณีจีน ช่วงเวลาแห่งประเพณีนี้คือเมื่อดวงดาวในสามเหลี่ยมฤดูร้อนโคจรขึ้นสูงเหนือศีรษะ ดาวสำคัญในสามเหลี่ยมฤดูร้อนที่เกี่ยวข้องกับตำนานนี้ คือดาวอัลแทร์ และดาวเวกา นักวิชาการส่วนหนึ่งเชื่อว่า ตำนานเจ็ดนางฟ้าของจีนนี้ (ซึ่งเล่าขานกันในเกาหลี เวียดนาม และญี่ปุ่นด้วย) สามารถสืบกันได้กับนิทานเรื่องพระสุธนมโนห์รา ซึ่งเล่ากันแพร่หลายในไทย ลาว และอินโดนีเซีย โดยมีแก่นเรื่องคล้ายคลึงกันและทำให้เห็นได้ว่า น่าจะมาจากแหล่งเดียวกัน กล่าวคือ เป็นเรื่องของผู้หญิงเจ็ดคน (หรือแปดคนในตำนานบางฉบับของเกาหลี) ที่มีความสามารถมากกว่ามนุษย์ คือ บินได้ด้วยเครื่องช่วยบางอย่าง (ปีกและหางของกินรี และอาภรณ์เทพธิดาของนางฟ้าทั้งเจ็ด) ลงมายังโลกมนุษย์เพื่อเล่นน้ำ น้องสาวคนเล็กสุดและสวยที่สุดของนางเหล่านี้ถูกมนุษย์ผู้ชายจับได้และยึดอุปกรณ์ช่วยบินไว้ (ในบางตำนาน ผู้จับได้เป็นตัวพระเอกเอง บางตำนานเป็นนายพรานซึ่งนำไปถวายพระเอกที่เป็นเจ้าเหนือหัวของตน) นางเอกจึงยอมแต่งงานกับมนุษย์ แต่ต่อมามีเหตุให้นางเอกต้องใช้อุปกรณ์ทิพย์บินหนีจากโลกมนุษย์คืนไปสู่ถิ่นเดิมของนาง และพระเอกต้องเริ่มต้นผจญภัยเพื่อตามหาตัวนางคืน เรื่องดังกล่าวมีจารึกเป็นภาพสลักไว้ที่ บุโรพุทโธ ในอินโดนีเซีย เนื่องจากเชื่อว่าเป็นอดีตชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้า และพระเถระชาวเชียงใหม่ได้รจนาไว้เป็นภาษาบาลีใน ปัญญาสชาดก ซึ่งนักวิชาการเชื่อว่าแต่งขึ้นระหว่างปีพ.ศ. 2000-2020 ด้วย โดยให้ชื่อเรื่องว่า สุธนชาดกโดยทั่วไป ชาวจีนโพ้นทะเลจะรวมตัวกันเป็นชุมชนตามเมืองต่างๆ เรียกว่า ชุมชนชาวจีน หรือ ไชน่าทาวน์ ความกลมกลืนของชาวจีนโพ้นทะเลกับชาวพื้นเมืองในดินแดนแต่ละดินแดนต่างกันไป

jumbo jili

การแต่งงานข้ามเชื้อชาติระหว่างไทยกับจีน และชาวจีนในประเทศไทยก็ใช้ชีวิตกลมกลืนกับชาวไทยจนเป็นเรื่องปรกติ และมีคนไทยเชื้อสายจีนส่วนใหญ่ที่เชื่อว่าตนเป็นคนไทยไม่ใช่คนจีน หรือไม่ทราบว่ามีเชื้อสายจีน ทำให้ไม่สามารถหาจำนวนประชาชนที่เป็นเชื้อสายจีนที่ชัดเจนได้ รวมถึงภาษาจีนในประเทศไทยไม่มีคนพูดแล้ว
ชาวจีนที่อพยพมาก่อนรัชกาลที่ 5 (ย้อนไปถึงต้นรัตนโกสินทร์-อยุธยา) ในปัจจุบันมักจะเรียกตนเองว่าคนไทยและพูดภาษาจีนไม่ได้แล้ว ชาวจีนในยุคแรก ๆ ที่โล้สำเภามามักจะมีแต่ผู้ชายเพื่อมาทำแรงงานและได้แต่งงานกับชาวพื้นเมือง เช่นจังหวัดนครสวรรค์ ในสมัยปลายอยุธยาและยุครัตนโกสินทร์มีชาวจีนโล้สำเภามาทำการค้าและแรงงาน ได้แต่งงานกับชาวพื้นเมือง มีลูกหลานพูดภาษาไทย และลูกหลานได้แต่งงานผสมกับคนไทยอีกหลายรุ่น จึงทำให้เชื้อสายจีนหายไป และไม่มีการสืบทอดวัฒนธรรมแต่อย่างใด ชาวจีนที่อพยพมายุคหลังรัชกาลที่ 5-8 มักจะพูดภาษาจีนได้แค่รุ่นแรก ๆ เท่านั้นๆ เช่นในยุคปัจจุบันลูกหลานชาวจีนพูดภาษาไทยและไม่สามารถพูดภาษาจีนได้ แต่รุ่นปู่ย่า-ตายาย-ทวด จะพูดภาษาจีนได้ เช่นที่เยาวราช ชาวจีนรุ่นแรกสามารถพูดภาษาจีนได้ แต่รุ่นหลัง ๆ ไม่สามารถพูดภาษาจีนได้ ด้วยสภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยที่อ้อมล้อม ชาวจีนยุครัชกาลที่ 9 เรามักจะระบุชัดเจนเรื้องสัญชาติและเชื้อชาติ ชาวจีนที่แต่งงานกับชาวไทยและมีลูกเรามักจะเรียกว่าลูกครึ่ง และมีการระบุรองรับสัญชาติไทย-จีนตามกฎหมาย ชาวจีนที่ย้ายมาอยู่ในประเทศไทยมักจะถูกเรียกว่าชาวต่างชาติ ในอดีตประเทศไทยมีการยกเลิกระบบโรงเรียนจีน จึงทำให้ลูกหลานชาวจีนจำนวนมากอ่าน-เขียน-พูด ภาษาจีนไม่ได้ ในอดีตสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ มีเส้นทางการค้าในภาคใต้ของไทย ทั้งในอาณาจักรนครศรีธรรมราช ลังกาสุกะ (ปัตตานี) มีชาวจีนจำนวนมากเดินทางมาแลกเปลี่ยนค้าขายและได้ตั้งหลักแหล่งผสมกับชาวพื้นเมือง แต่ในปัจจุบันถูกชาวพื้นเมืองกลืนไปหมดแล้ว

สล็อต

ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการสร้างทางรถไฟสายเหนือ แรงงานชาวจีนจำนวนมากได้สร้างทางรถไฟ และเมื่อสร้างเสร็จชาวจีนที่พอใจในหลักแหล่งมักจะตั้งถิ่นฐานที่นั่น เช่น จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดลำปาง, จังหวัดเชียงใหม่ แรงงานจำนวนมากเป็นผู้ชาย และได้แต่งงานกับชาวพื้นเมือง ในปัจจุบันถูกชาวพื้นเมืองกลืนไปหมดแล้ว มีจำนวนน้อยเท่านั้นที่ชักจูงญาติมาอยู่อาศัยด้วยกันและสืบทอดเชื้อสายจี ชาวจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในพม่า การแต่งงานข้ามเชื้อชาติยังมีน้อยมาก มีการนำวัฒนธรรมพม่ามาใช้บ้าง แต่ยังคงเห็นความแตกต่างระหว่าง 2 วัฒนธรรมอย่างชัดเจน ชาวจีนในพม่าส่วนมากพูดภาษาจีนได้ แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถพูดภาษาพม่าได้ ประเทศไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม และพม่า ไม่ให้ตั้งชื่อแบบจีน คือ ใช้แซ่ นำหน้าชื่อ และยังไม่เป็นที่นิยมที่จะใช้ชื่อเป็นภาษาจีน ดังนั้นจึงไม่สามารถหาจำนวนชาวจีนที่แน่นอนในประเทศเหล่านี้ได้ สิงคโปร์ ในทางตรงกันข้าม ชาวจีนโพ้นทะเลมีจำนวนมากและเกาะกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่น อีกทั้งยังคงดำรงวัฒนธรรมเอกลักษณ์ในชุมชนของตน แต่ก็สามารถเข้ากันได้ดีกับชาวพื้นเมือง อาจเป็นเพราะว่าสังคมของประเทศนี้ยอมรับวัฒนธรรมหลายหลาย (multi-cultural society) ในบางประเทศวัฒนธรรมจีนมีอิทธิพลอย่างสูงกับวัฒนธรรมเดิม เช่น ในประเทศเวียดนาม เดิมเวียดนามรับวัฒนธรรมจีนเข้ามาบ้างแล้วในอดีต เช่น การไหว้บรรพบุรุษ และชอบลูกชายมากกว่าลูกสาว ในสภาพสังคมปัจจุบันชาวเวียดนามนิยมทำแท้งเมื่อรู้ว่าลูกในท้องไม่ใช่ลูกชาย จำทำให้ประเทศเวียดนามมีปัญหาด้านประชากรไม่สมดุล มีผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ฯลฯ จึงทำให้ชาวจีนและชาวเวียดนามอาศัยกันอยู่แบบกลมกลืน มาเลเซีย ชาวจีนในมาเลเซียมีการแยกกันอยู่กับชนพื้นเมือง มีเพียงจำนวนน้อยที่กลมกลืนกับชนพื้นเมืองเดิม เช่นในเมืองหลวงกัวลาลัมเปอร์มีชาวจีน อินเดีย มาเลเซียอาศัยอยู่ร่วมกันได้ ชาวจีนจำนวนมากในมาเลเซียสามารถพูดภาษาจีนได้ รักษารากวัฒนธรรมไว้เหนียวแน่น มีประเพณีที่ครบถ้วน รวมถึงสถาปัตยกรรมสไตล์จีนในมาเซียจำนวนมาก และไม่ได้แต่งงานกับชนพื้นเมืองใด ๆ ชาวจีนในมาเลเซียจำนวนมากไม่สามารถพูดภาษามาเลเซียได้ สาเหตุเป็นเพราะชาวมาเลเซียนับถือศาสนาอิสลาม ส่วนชาวจีนนับถือพุทธหรือลักธิเต๋า จึงไม่สามารถทำให้อาศัยอยู่ด้วยกันได้ ในยุคปัจจุบันนิยมใช้ภาษาอังกฤษและมาเลเซียเป็นภาษาราชการแทน ในประเทศมาเลเซียนิยมให้ภูมิบุตรเดิมเป็นชนชั้น 1 และชาวจีน,อินเดียมักจะมีปัญหาเรื่องการทำงาน หลายครั้งที่มีการประท้วงเรื่องภูมิบุตรในมาเลเซีย ความสัมพันธ์กับประเทศจีน ทั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐจีนบนเกาะไต้หวัน มีความสัมพันธ์อย่างซับซ้อนกับชาวจีนโพ้นทะเลในดินแดนต่าง ๆ ทั้ง 2 ประเทศดำรงความสัมพันธ์ระดับรัฐบาลกับชาวจีนโพ้นทะเล และรัฐบาลท้องถิ่นในสาธารณรัฐประชาชนจีน ยังมีหน่วยงานที่ตั้งขึ้นเพื่อติดต่อกับชาวจีนโพ้นทะเลโดยเฉพาะด้วย และทั้ง 2 ประเทศยังรักษาตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้สำหรับชาวจีนโพ้นทะเลด้วย

สล็อตออนไลน์

ระหว่างยุค 1950 และ 1960 สาธารณรัฐจีน พยายามที่จะหาแรงสนับสนุนจากชุมชนชาวจีนโพ้นทะเลผ่านสาขาของพรรคก๊กมินตั๋ง ที่ตั้งขึ้นจากการที่ ซุน ยัตเซ็น เคยไปลี้ภัยและเคยได้เรี่ยรายเงินเพื่อมาทำการปฏิวัติ ในขณะเดียวกัน สาธารณรัฐประชาชนจีน ก็พยายามจะแสวงหาชาวจีนโพ้นทะเลที่ต้องสงสัยว่าจะเข้าไปในจีนแผ่นดินใหญ่เพื่อเผยแพร่ลัทธิทุนนิยม และยังสร้างความสัมพันธ์กับประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นมากว่าที่จะขอความสนับสนุนจากชาวจีนโพ้นทะเล หลังจาก เติ้งเสี่ยวผิง ขึ้นมาอำนาจ นโยบายต่อชาวจีนโพ้นทะเลก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากที่เคยเห็นเป็นผู้ที่ไม่น่าไว้วางใจ กลายเป็นแนวร่วมพัฒนาชาติเพราะว่าเป็นผู้มีความสามารถและเงินทุน

jumboslot

ในยุค 1980 รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ขอความสนับสนุนที่มากขึ้น โดยได้คืนทรัพย์สินที่เคยยึดไปในช่วงการปฏิวัติ พ.ศ. 2492 นโยบายล่าสุดของ สาธารณรัฐประชาชนจีน คือการสนับสนุนให้ชาวจีนที่อพยพไปประเทศตะวันตก ได้มีการศึกษาที่ดี บางครั้ง ชาวจีนโพ้นทะเลก็มีบทบาทสำคัญกับการเมืองในประเทศจีน เช่น การปฏิวัติล้มล้างราชวงศ์ชิง หรือการปฏิวัติซินไฮ่ ใน พ.ศ. 2454 แกนนำสำคัญเป็นชาวจีนโพ้นทะเล ชาวจีนโพ้นทะเลบางส่วนต้องอพยพมาเพื่อเหตุผลทางการเมือง ชาวจีนโพ้นทะเลยังเป็นผู้ลงทุนจำนวนมหาศาลในจีนแผ่นดินใหญ่ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ชาวจีนโพ้นทะเลเป็นผู้กุมเศรษฐกิจสาธารณรัฐประชาชนจีน ไว้อยู่

slot

Tagged , , , ,