ฟอร์ชูนา

เทพีฟอร์ชูนา (อังกฤษ Fortuna) เป็นเทพีในตำนานเทพปกรณัมโรมันที่เทียบเท่ากับเทพีไทคี (Tyche) ในตำนานเทพปกรณัมกรีก เทพีฟอร์ชูนาเป็นบุคลาธิษฐานของความมีโชคผู้ที่นำโชคดีมาให้ บางครั้งก็จะปรากฏเป็นสตรีมีผ้าคลุมหน้าหรือตาบอดเช่นเดียวกับการเป็นสัญลักษณ์ของความยุติธรรมในสมัยปัจจุบัน และมาเป็นสัญลักษณ์ของความไม่เที่ยงของชีวิต “เอทร็อกซ์ฟอร์ชูนา” (Atrox Fortuna) เอาชีวิตของหลานสองคนของออกัสตัสผู้ได้รับการศึกษาเตรียมตัวให้รับตำแหน่งในอนาคต เพราะทรงเป็นเทพีแห่งพรหมลิขิตด้วย เทพีฟอร์ชูนาเป็นลูกสาวของเทพจูปิเตอร์ แม้ว่าจะไม่มีคนรักและลูกของตนเองแต่ฟอร์ชูนาก็ได้รับความนับถือจากผู้เป็นแม่ด้วยถึงตอนนี้ ข้อความทั้งหมดของพจนานุกรมถูกแปลงเป็นดิจิทัลและออนไลน์แล้ว และยังมีการจัดทำฉบับซีดีรอมด้วย โดยมีทั้งหมด 3 รุ่นหรือเวอร์ชัน ด้วยกัน รุ่น 1 (1992) เนื้อหาตรงกับฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 และในแผ่นซีดีเองนั้นก็ไม่ป้องกันการคัดลอก ส่วนรุ่น 2 (1999) มีการเพิ่มเติมเล็กน้อย และใช้ซอฟต์แวร์ที่ปรับปรุงใหม่ พร้อมความสามารถสืบค้นที่ดีขึ้น แต่มีการป้องกันการคัดลอก ทำให้ใช้งานยาก และโปรแกรมยังปฏิเสธการใช้ของเจ้าหน้าที่สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ในระหว่างการสาธิตสินค้าด้วย รุ่น 3 (2002) มีคำศัพท์เพิ่มเติม และปรับปรุงซอฟต์แวร์ด้วย แต่ยังมีการป้องกันการคัดลอก และใช้งานได้เฉพาะกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ของไมโครซอฟท์เท่านั้น jumbo jili ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2000 พจนานุกรมภาษาอังกฤษ ฉบับออกซฟอร์ด ออนไลน์ (Oxford English Dictionary Online OED Online) ก็มีจำหน่ายแก่สมาชิก…

Continue Reading

ฟลอรา (เทพปกรณัม)

ตามตำนานเทพปกรณัมโรมัน เทพีฟลอรา (Flora) เป็นเทพีแห่งดอกไม้และฤดูใบไม้ผลิ แม้จะเป็นเพียงเทพชั้นรองในตำนานเทพปกรณัมโรมัน แต่การที่นางเป็นหนึ่งในเหล่าเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ก็ส่งผลให้นางมีความสำคัญอย่างมากกับการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิ พระนามของนางในตำนานเทพปกรณัมกรีกคือเทพีชลอริส (Chloris) เทพีฟลอร่าสมรสกับเทพเฟวอนิอุซ (Favonius) เทพแห่งสายลม และสหายของนางคือวีรบุรุษเฮอร์คิวลิส (Hercules)อย่างไรก็ตาม ในคราวนี้ ข้อความในพจนานุกรมทั้งหมดมีการบันทึกในคอมพิวเตอร์ และจัดระบบออนไลน์ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวต้องมีการเรียงพิมพ์ใหม่อีกครั้ง แต่คราวนี้สามารถสืบค้นด้วยคอมพิวเตอร์ได้ และเมื่อใดต้องการจัดพิมพ์พจนานุกรมฉบับใหม่ ก็จะเริ่มต้นด้วยการรวมเอาฉบับเสริมพิเศษ และพจนานุกรมเข้าไว้ด้วยกัน การแก้ไขรายการคำศัพท์ของ NOED โดยใช้ LEXX และนับแต่นั้น โครงการ พจนานุกรมภาษาอังกฤษใหม่ ฉบับออกซฟอร์ด (New Oxford English Dictionary NOED) ก็เริ่มต้นขึ้น การเรียงพิมพ์ข้อความอย่างเดียวนั้นไม่พอเพียง ข้อมูลทั้งหมดถูกแทนด้วย typography ที่ซับซ้อน จากพจนานุกรมเดิมที่จะต้องคงไว้ ซึ่งสำเร็จด้วยการกำหนดเนื้อหาใน SGML และโปรแกรมสืบค้น (search engine) พิเศษ และยังมีซอฟต์แวร์แสดงผลเพื่อการเข้าถึงเนื้อหาอีกด้วย ในสัญญาปี 1985 ซอฟต์แวร์บางตัวได้ทำงานที่มหาวิทยาลัยวอเตอร์ลูในแคนาดา ที่ ศูนย์พจนานุกรมอังกฤษใหม่ ฉบับออกซฟอร์ด (Centre for the New Oxford English Dictionary)…

Continue Reading

พลูโต (เทพปกรณัม)

เดิมมีการวางแผนที่จะตีพิมพ์พจนานุกรมภาษาอังกฤษฉบับใหม่นี้ เป็น 10 เล่มชุด (Volume) โดยเริ่มตั้งแต่ A, C, D, F, H, L, O, Q, Si และ Ti แต่เมื่อโครงการดำเนินไป เล่มชุดต่อมาเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และขณะที่ฉบับพิมพ์สมบูรณ์อย่างเป็นทางการ ปี 1928 ยังคงเรียงหมายเลขตามที่เจตนาเอาไว้ เล่มชุดที่ 9 และ 10 กลับต้องตีพิมพ์เป็นชุดละสองเล่ม โดยแยกที่ Su และ V ตามลำดับ เป็นอันว่าพจนานุกรมทั้งชุดนี้ ตีพิมพ์รวม 20 เล่มชุด โดยเลือกเย็บเล่มสองแบบ ราคา 55 หรือ 55 กีนี (52.50 หรือ 57.75 ปอนด์) ขึ้นกับรูปแบบและการเย็บเล่ม เฮดีส หรือ ฮาเดส (อังกฤษ Hades, /ˈheɪdiz/ กรีกโบราณ Ἅιδης/ᾍδης, Hāidēs) เป็นเทพเจ้าแห่งนรกของกรีกโบราณ พระนามของพระองค์จึงกลายมาเป็นชื่อเรียกถิ่นของผู้ตาย ในเทพปกรณัมกรีก…

Continue Reading

บริแทนเนีย

บริแทนเนีย (อังกฤษ Britannia, เสียงอ่านภาษาอังกฤษ /brɪˈtæn.jə/) เป็นชื่อที่ชาวโรมันใช้เรียกภูมิภาคบริเตนใหญ่หรือบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์อันเป็นที่อยู่อาศัยของชาวบริติช, ชาวเบลไก และชาวพิกต์ นอกจากนี้ ยังเป็นชื่อที่ตั้งให้แก่สตรีซึ่งเป็นบุคคลวัตของเกาะบริเตนใหญ่ ใน ค.ศ. 43 จักรวรรดิโรมันได้บุกครองเกาะบริเตนและจัดตั้งมณฑลขึ้นชื่อว่า บริตันนิอา (BRITANNIA) ซึ่งกินพื้นที่เกาะบริเตนทางทิศใต้ของแคลิโดเนีย (สกอตแลนด์ในปัจจุบัน) โดยชื่อบริตันนิอามีรากศัพท์มาจากศัพท์กรีกว่า Brettaniai ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 2 บริตันนิอาได้มีรูปลักษณ์อย่างมนุษย์ขึ้น เป็นเทพีทรงสามง่ามและเกราะอย่างโรมันและสวมหมวกโลหะคอรินเธียน แม้จักรวรรดิโรมันจะล่มสลายลงในศตวรรษที่ 5 แต่คำว่า Britannia ก็ยังเป็นที่ใช้อยู่ทั้งในเกาะบริเตนและในต่างประเทศ jumbo jili เทพีบริแทนเนียนี้ได้กลายเป็นบุคลาธิษฐานประจำชาติ (National personification) ของเกาะบริเตนในรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษ และต่อมาได้พัฒนาเป็นสัญลักษณ์แทนลัทธิจักรวรรดินิยมของจักรวรรดิอังกฤษ ในประเทศนิวซีแลนด์เองก็มีการสร้างบุคลาธิษฐานประจำชาติขึ้นมา โดยตั้งชื่อให้ว่า ซีแลนเดีย (Zealandia) เป็นบุตรีของบริแทนเนีย ซึ่งซีแลนด์เดียปรากฏอยู่บนตราแผ่นดินของนิวซีแลนด์ในขณะเดียวกัน สมาคมดังกล่าวก็เริ่มติดต่อเรื่องการพิมพ์ ซึ่งในเวลานั้นเห็นชัดแล้วว่า งานดังกล่าวจะเป็นหนังสือขนาดใหญ่มหึมาได้ มีการติดต่อผู้จัดพิมพ์จำนวนมากในระยะเวลาหลายปี ไม่ว่าจะเพื่อตีพิมพ์หน้ากระดาษตัวอย่าง หรือเพื่อการตีพิมพ์ทั้งเล่ม แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นตกลงว่าจ้างแต่อย่างใด และในบรรดาผู้จัดพิมพ์เหล่านี้ ก็คือ สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ในที่สุด ปี ค.ศ. 1879 หลังจากต่อรองอยู่สองปี…

Continue Reading

เทอร์รา (เทพปกรณัม)

เทพีเทอร์ร่า (อังกฤษ Terra Mater หรือ Tellus Mater) ตามตำนานเทพปกรณัมโรมัน เป็นเทพีบุคลาธิษฐานแห่งโลก พระนามของนางแปลว่า พระแม่ธรณี ในภาษาละติน ชาวโรมันจะสวดอ้อนวอนต่อนางเพื่อป้องกันแผ่นดินไหว นอกจากนี้นางและเทพีเซเรส (Ceres) เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ ยังมีส่วนช่วยในเรื่องผลผลิตของไร่นา เทพีเทอร์ร่ายังมีความเกี่ยวข้องกับการสมรส ความเป็นมารดา สตรีตั้งครรภ์ และสัตว์ที่ตั้งครรภ์อีกด้วย พระนามของนางในตำนานเทพปกรณัมกรีกคือเทพีไกอา (Gaia) ซึ่งเป็นพระมารดาของเทพีฟาม่า (Fama) เทพีแห่งเกียรติศักดิ์ชื่อเสียงและข่าวลือ นักภาษาศาสตร์ที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับภาษาในแถบอินโด-ยูโรเปียนเชื่อว่าคำว่า เทลลุซ (Tellus) ดัดแปลงมาจากวลี tersa tellus ซึ่งแปลว่า ผืนดิน ถ้าความคิดนี้เป็นจริง คำว่า Tellus อาจเป็นต้นฉบับดั้งเดิมที่เก่าแก่ที่สุดของพระนามของนางก็เป็นได้ พจนานุกรมภาษาอังกฤษ ฉบับออกซฟอร์ดได้ระบุไว้ว่า คำว่า Terra หมายความถึงธาตุดิน (หนึ่งในธาตุพื้นฐานทั้งสี่ อันได้แก่ ดิน ลม น้ำ และไฟ) และคำว่า Tellus หมายถึงเทพผู้ปกป้องคุ้มครองโลกมนุษย์ ซึ่งก็คือโลกของเรานี่เอง การใช้คำสองคำนี้ในภาษาละตินแท้จริงแล้วไม่มีความแต่งต่างกันอย่างข้อกล่าวอ้างข้างต้น งานเทศกาลสำหรับเทพีเทอร์ร่าเรียกว่า งานฟอร์ดิเซีย (Fordicia) หรืองานฮอร์ดิซิเดีย (Hordicidia) จะจัดขึ้นทุก…

Continue Reading

เซเรส (เทพปกรณัม)

เทพีเซเรส หรือ เคเรส (อังกฤษ Ceres) ตามตำนานเทพปกรณัมโรมัน เป็นเทพีแห่งพืชผลที่กำลังเจริญเติบโต (โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าธัญพืช) และความรักของมารดา พระนามของนางมีรากศัพท์มาจากภาษาโพรโต-อินโด-ยูโรเปียน (Proto-Indo-European) ของคำว่า ker (เคร) ซึ่งมีความหมายว่า เจริญเติบโต และเป็นรากศัพท์ของคำว่า create และ increase อีกด้วยเทพีเซเรสเป็นพระธิดาของเทพแซทเทิร์น (Saturn) และเทพีออพส์ (Ops) เป็นพระขนิษฐาและพระมเหสีของเทพจูปิเตอร์ (Jupiter) เป็นพระมารดาของเทพีพรอสเซอร์พิน่า (Proserpina) ซึ่งกำเนิดจากองค์จูปิเตอร์ และยังเป็นพระขนิษฐาของเทพีจูโน (Juno) เทพีเวสตา (Vesta) เทพเนปจูน (Neptune) และเทพพลูโต (Pluto) อีกด้วย ผลงานศิลปะมักจะมีภาพของนางกำลังถือคทา ตะกร้าดอกไม้และผลไม้ และพวงมาลัยที่ทำจากรวงข้าว เทพีเซเรสยังเป็นเทพีอุปการะเมืองเอ็นนา ในเกาะซิซิลี (Enna, Sicily) ตามตำนาน นางได้อ้อนวอนเทพจูปิเตอร์ให้ตั้งเกาะซิซิลีไว้บนสวรรค์ ด้วยเหตุนี้และด้วยเหตุที่ว่าเกาะซิซิลีมีรูปร่างคล้ายสามเหลี่ยม จึงเกิดกลุ่มดาวสามเหลี่ยมขึ้นมา ซึ่งชื่อเดิมของกลุ่มดาวนี้คือซิซิเลีย (Sicilia) jumbo jili ชาวโรมันรับเทพีเซเรสเข้ามาช่วง 496 ปีก่อนคริสตกาลซึ่งเป็นช่วงข้าวยากหมากแพง เมื่อคำทำนายในหนังสือพยากรณ์ซิบบิลลิน (Sibylline books) แนะนำให้รับเอาเทพีดีมีเทอร์…

Continue Reading

เจนัส

เจนัส (อังกฤษ Janus) หรือ ยานุส (ละติน Ianus) เป็นเทพเจ้าในเทพปกรณัมโรมันและตำนานเจนัส เทพเจนัสมีบทบาทในฐานะเทพเจ้าแห่งการเริ่มต้นและการเปลี่ยนแปลง ภาพลักษณ์ของเทพเจนัสมักปรากฎในลักษณะเทพสองใบหน้า หน้าหนึ่งมองไปยังอนาคต และอีกหน้าหนึ่งมองไปยังอดีตที่ผ่านมา ดังนั้นเดือนแรกของปีจึงได้ชื่อมาจากเทพเจนัสนั่นเอง (January) ประมวลเรื่องปรัมปราโรมัน หรือ ประมวลเรื่องปรัมปราละติน (อังกฤษ Roman mythology หรือ Latin mythology) หมายถึงความเชื่อเกี่ยวกับเทพเจ้าของผู้ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในลาติอุมและเมืองสำคัญ ๆ ในคาบสมุทรอิตาลีของโรมันโบราณ ที่อาจจะแบ่งได้เป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งที่เป็นความเชื่อสมัยต่อมาและความเชื่อทางวรรณกรรมที่ประกอบด้วยความเชื่อที่มาจากประมวลเรื่องปรัมปรากรีก อีกส่วนหนึ่งเป็นความเชื่อเดิมที่เกิดขึ้นก่อนหน้าอิทธิพลกรีกที่มีลักษณะที่ค่อนข้างจะแตกต่างกับประมวลเรื่องปรัมปรากรีกในสมัยต่อมาโรมันไม่มีบทบรรยายเกี่ยวกับเทพเจ้าที่เทียบเท่ากับเรื่องราวของ “สงครามไททัน” (Titanomachy) หรือ การล่อลวงซูสโดยเทพีเฮราเช่นเดียวกับของกรีก จนกระทั่งกวีโรมันเริ่มนำโครงสร้างของกรีกมาใช้ในตอนปลายสมัยสาธารณรัฐโรมัน แต่สิ่งที่โรมันมีคือ บบอันมีโครงสร้างที่แน่นหนาของ ประเพณีการทำพิธี, วิทยาลัยนักบวช และ ระบบกลุ่มทวยเทพที่เกี่ยวข้องกัน (pantheons of related gods)ตำนานอันเต็มไปด้วยมนต์ขลังทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับการก่อตั้งและความรุ่งเรืองของเมืองต่าง ๆ โดยบุคคลต่าง ๆ ที่บางครั้งก็กล่าวกันว่าได้รับความช่วยเหลือจากเทพ โครงสร้างของความเชื่อ การให้คำนิยาม และความคิดที่เกี่ยวกับเทพเจ้าของโรมันค่อนข้างจะแตกต่างเป็นอันมากจากของกรีก ตัวอย่างเช่นถ้าถามชาวกรีกเกี่ยวกับเทพีดีมีเทอร์ก็อาจจะได้รับคำตอบเป็นเรื่องราวที่เป็นที่รู้จักกันถึงความโศกเศร้าของดีมีเทอร์จากการลักตัวเพอร์เซฟะนีโดยเฮดีส แต่ชาวโรมันโบราณจะเล่าว่าเทพีเซเรสมีนักบวชที่เรียกว่าฟลาเมนผู้มีอาวุโสน้อยกว่าฟลาเมนของเทพจูปิเตอร์, เทพมาร์ส และ เทพควิรินัส แต่อาวุโสมากกว่าฟลาเมนของเทพีฟลอรา และ เทพีโพโมนา และอาจจะบอกต่อไปว่าเป็นเทพีหนึ่งในกลุ่มเทพีสามองค์ของการเกษตรกรรม…

Continue Reading

คิวปิด

ในเทพปกรณัมคลาสสิก คิวปิด (อังกฤษ Cupid ละติน Cupido) เป็นพระเจ้าแห่งความปรารถนา ความรักแบบกาม (erotic) ความดึงดูดและวิภาพ (affection) มักพรรณนาว่าพระองค์เป็นพระโอรสของเทพีวีนัส เทพีแห่งความรักของโรมัน ภาคกรีก คือ เอียรอส (Eros) แม้ว่าเอียรอสปรากฏเป็นเด็กผอมบางมีปีกในศิลปะกรีกคลาสสิก แต่ระหว่างสมัยเฮลเลนนิสติก มีการพรรณนาพระองค์เป็นเด็กชายเจ้าเนื้อเพิ่มขึ้น ในช่วงนี้ รูปเคารพของพระองค์ได้ธนูและลูกศรซึ่งเป็นตัวแทนของบ่อเกิดอำนาจของพระองค์เพิ่มขึ้นมา มนุษย์หรือกระทั่งพระเจ้าที่ถูกยิงด้วยลูกศรของคิวปิดจะเปี่ยมด้วยความปรารถนาซึ่งควบคุมไม่ได้ ตามตำนาน คิวปิดเป็นตัวละครรองซึ่งดำเนินโครงเรื่องเป็นส่วนมาก พระองค์เป็นตัวละครหลักเฉพาะในนิทานคิวปิดและไซคี ซึ่งเมื่อต้องอาวุธของพระองค์เอง พระองค์ก็ได้สัมผัสประสบการณ์ความรักอันเจ็บปวด แม้ไม่มีการเล่าเรื่องยาวอื่นเกี่ยวกับคิวปิด แต่แบบแผนประเพณีของพระองค์นั้นอุดมในแก่นเรื่องกวีและฉากเรื่องภาพ เช่น ความรักชนะทุกสิ่ง และการลงโทษหรือทรมานแก้เผ็ดของคิวปิดเอียรอส หรือ เอรอส (อังกฤษ Eros /ˈɪərɒs/ หรือ /ˈɛrɒs/ กรีกโบราณ Ἔρως, ความปรารถนา) ในเทพปกรณัมกรีก เป็นพระเจ้าแห่งความรัก ภาคโรมัน คือ คิวปิด บางตำนานถือว่าพระองค์เป็นปฐมเทพ ขณะที่บางตำนานว่าพระองค์เป็นพระโอรสของแอโฟรไดทีสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา (ฝรั่งเศส Renaissance อิตาลี Rinascimento แปลว่า เกิดใหม่ หรือคืนชีพ) หรือ เรอแนซ็องส์ เป็นช่วงเวลาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมในทวีปยุโรป…

Continue Reading

คองคอร์เดีย (เทพปกรณัม)

เทพีคองคอร์เดีย (ละติน Concordia, harmony, อังกฤษ Concordia) ในศาสนาของโรมันโบราณคองคอร์เดียเป็นเทพีแห่งความสมานฉันท์ ความเข้าใจ และความปรองดองกันในชีวิตคู่ ในตำนานเทพเจ้ากรีกที่เทียบเท่ากับเทพีฮาร์โมเนียลี่ยนทางจาก โรมันโบราณ)ในช่วงเวลาที่โรมโบราณเจริญรุ่งเรืองอยู่วัฒนธรรมโรมันเปลี่ยนจากการปกครองตั้งแต่เป็นแบบราชาธิปไตยไปเป็นระบอบสาธารณรัฐคณาธิปไตย และในที่สุดก็ไปเป็นระบบจักรวรรดิแบบอัตตาธิปไตย อารยธรรมโรมันมามีอำนาจอันมีอิทธิพลต่อทวีปยุโรปตะวันตกเฉียงใต้ ทวีปยุโรปตะวันออกเฉียงใต้/คาบสมุทรบอลข่าน และในบริเวณทะเลเมดิเตอเรเนียนโดยการพิชิตและการการผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรมกับท้องถิ่นที่เข้าไปปกครอง จักรวรรดิโรมันทางด้านตะวันตกเสื่อมโทรมลงและสลายตัวไปในคริสต์ศตวรรษที่ 5 การล่มสลายของจักรวรรดิโรมันมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งภายในและการถูกโจมตีโดยชนกลุ่มต่างๆ ในสมัยการโยกย้ายถิ่นฐาน จักรวรรดิโรมันตะวันตกที่รวมทั้งฮิสปาเนีย กอล บริทาเนีย และอิตาลี ได้แบ่งแยกออกเป็นอาณาจักรอิสระในคริสต์ศตวรรษที่ 5 จักรวรรดิโรมันตะวันออก หรือที่เรียกว่าจักรวรรดิไบแซนไทน์ ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่คอนสแตนติโนเปิล ประกอบด้วยกรีซ ส่วนที่พิชิตโดยจักรวรรดิบัลแกเรียที่ 1 อานาโตเลีย ซีเรีย และอียิปต์รอดจากวิกฤติการณ์ที่จักรวรรดิทางด้านตะวันตกประสบ และแม้ว่าจะเสียซีเรียและอียิปต์แก่จักรวรรดิอิสลามของอาหรับจักรวรรดิก็รุ่งเรืองต่อมาอีกหนึ่งสหัสวรรษ จนกระทั่งมาเสียเมือง ให้กับจักรวรรดิออตโตมันของตุรกี นักประวัติศาสตร์มักจะเรียกจักรวรรดิโรมันตะวันออกมักจะเรียกว่าเป็น จักรวรรดิไบแซนไทน์ jumbo jili วัฒนธรรมโรมันมักจะจัดอยู่ใน “ยุคโบราณ” (classical antiquity) ร่วมกับกรีกโบราณซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่เป็นต้นตอและแรงบันดาลใจให้แก่วัฒนธรรมโรมโบราณ โรมโบราณมีบทบาทอย่างใหญ่หลวงในการวิวัฒนการทางด้านกฎหมาย การสงคราม ศิลปะ วรรณคดี สถาปัตยกรรม เทคโนโลยี และภาษาของโลกตะวันตก และประวัติศาสตร์โรมก็ยังคงเป็นประวัติที่ยังคงมีอิทธิพลต่อโลกจนทุกวันนี้จักรวรรดิ (อ่านว่า จัก-กฺระ-หฺวัด, อังกฤษ empire) ถูกนิยามว่าหมายถึง กลุ่มชาติรัฐหรือชาติพันธุ์ที่อยู่ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิหรืออธิปไตยของรัฐอื่นๆที่ทรงอิทธิพล…

Continue Reading

กำเนิดวีนัส (บอตติเชลลี)

กำเนิดวีนัส (อังกฤษ The Birth of Venus) เป็นจิตรกรรมที่เขียนโดยซานโดร บอตติเชลลี จิตรกรสมัยเรอเนซองส์คนสำคัญชาวอิตาลีที่ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่หอศิลป์อุฟฟิซิ, ฟลอเร็นซ์ในประเทศอิตาลี ซานโดร บอตติเชลลีเขียนภาพ “กำเนิดวีนัส” ระหว่างปี ค.ศ. 1484 ถึงปี ค.ศ. 1486 ที่เป็นภาพของวีนัสลอยมาเกยฝั่งอย่างผู้หญิงเต็มตัวภาพใหญ่เช่นภาพ “ฤดูใบไม้ผลิ” อาจจะเขียนสำหรับวิลลาดิคาสเตลโลของลอเร็นโซ ดิ เปียร์ฟรานเชสโค เดอ เมดิชิ (Lorenzo di Pierfrancesco de’ Medici) ราวปี ค.ศ. 1482 หรืออาจจะก่อนหน้านั้นก็ได้ นักวิชาการบางคนเสนอว่า “วีนัส” ที่เขียนให้ลอเร็นโซและที่กล่าวถึงโดยจอร์โจ วาซารีอาจจะเป็นงานคนละชิ้นกับชิ้นนี้ซึ่งปัจจุบันสูญหายไปแล้ว ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่าเป็นงานที่เขียนขึ้นเพื่อฉลองความรักของจุยเลียโน ดิ เปียโร เดอ เมดิชิ (Giuliano di Piero de’ Medici) (ผู้ที่เสียชีวิตในกรณีการคบคิดพัซซิในปี ค.ศ. 1478) ต่อซิโมเน็ตตา คัตตาเนโอ เวสปุชชิ (Simonetta Cattaneo Vespucci) ผู้ที่พำนักอยู่ที่เมืองพอร์โตเวเนเร ที่ติดทะเลและเป็นเมืองที่ตำนานว่าเป็นที่เกิดของวีนัส…

Continue Reading