เซอร์เค็ต

เซอร์เค็ต (อังกฤษ Serket) เป็นหนึ่งในเทพของ ตำนานเทพเจ้าแห่งไอยคุปต์ เทวีแมงป่อง มีชื่อเสียงขึ้นมาโดยราชาแมงป่อง กษัตริยก่อนราชวงศ์ พระนางเกี่ยวข้องกับความอุดมสมบูรณ์ เพราะพระนางเป็นหนึ่งในเทวีผู้พิทักษ์ต้นน้ำทั้งสี่แห่งแม่น้ำนิล หน้าที่ของเทวีเซอร์เค็ตคือ เป็นคนเฝ้างูอาโปฟิส ศัตรูของเทพราที่ถูกมัดและขังไว้ใต้พิภพ พระนางเป็นชายาของเทพเนเฆบคาอู (Nekhebkau) เทพแห่งงูใหญ่ มีแขนเป็นมนุษย์ ซึ่งบางครั้งก็ถือว่าเป็นหนึ่งในเหล่าปีศาจซึ่งอาศัยอยู่ใต้โลก กล่าวกันว่าเทวีเซอร์เค็ตถูกมัดด้วยโซ่จนสวรรคต แต่พระสวามีของเธอบางครั้งก็เป็นเทพที่ดี คอยให้อาหารแก่วิญญาณของผู้ตาย ถ้าในกรณีนี้ เทวีเซอร์เค็ตก็เป็นเทวีที่ดีด้วย โดยปกติแล้วเทวีเซอร์เค็ตจะช่วยเทวีไอสิสทำพิธีศพเทพโอสิริสและเป็นผู้ช่วยคอยดูแลเทพโฮรุส พระนางจะประทับยืนอยู่กับเทวีอีสิสตรงปลายโลงศพ และเป็นเทพ 1 ใน 4 ที่ประจำที่ไหเก็บเครื่องในมัมมี่ที่เก็บลำไส้ เทวีเซอร์เค็ตมีสัญลักษณ์เป็นมนุษย์ ศีรษะเป็นแมงป่อง หรือกายเป็นแมงป่อง ศีรษะเป็นมนุษย์ บางครั้งก็เป็นเช่นเดียวกับเทวีไอสิส หรือปกป้องผู้ตายด้วยปีกที่แขนของนางเมื่อเทพโอซิริสได้ขึ้นตำแหน่งเป็นเทพราชาแล้ว พระองค์จึงจัดอภิเษกสมรสให้ตนเองและเทพีไอซิส และแต่งตั้งให้เทพีไอซิสเป็นพระราชินีเคียงคู่พระองค์ ซึ่งในสมัยของเทพโอซิริสและเทพีไอซิส เป็นช่วงเวลาที่อียิปต์รุ่งเรืองเป็นอย่างมาก ทั้งสองพระองคืรงสั่งสอนประชาชนให้เรียนรู้อารยธรรม และการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่างๆมากมาย ทำให้เหล่าราษฏรทั้งหลายต่างเคารพนับถือในเทพเทพีทั้งสองเป็นอย่างมาก jumbo jili เรื่องราวความรักและความรุ่งเรืองของเทพทั้งสอง อยู่ในสายตาของเทพเซตผู้มีความอิจฉาริษยาเทพผู้พี่นี้มาตลอด เทพเซตคิดว่าตนจะต้องขึ้นครองราชย์เป็นพระราชาให้ได้ จึงทำการสังหารเทพโอซิริส แล้วใส่โลงลอยตามแม่น้ำไนล์ไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เทพีไอซิสกับเทพโอซิริสต้องแยกจากกัน พระนางจึงเกิดความเศร้าโศกเสียใจเป็นอันมาก เมื่อเทพโอซิริสสิ้นพระชนม์ลง เทพเซตก็ยึดบัลลังก์และตั้งตัวเป็นใหญ่แทนที่ แต่เส้นทางของเทพเซตผู้ชั่วร้ายก็ไม่ได้ราบรื่นสมใจ เพราะเทพีไอซิสทรงตั้งครรภ์ ด้วยความรักอันแสนยิ่งใหญ่ ทำให้เทพีไอซิสตัดสินใจตามหาร่องรอยของพระสวามีไปทั่วไอยคุปต์ด้วยความยากลำบาก และทรงคลอดโอรสที่ให้ชื่อว่า เทพโฮรัส…

Continue Reading

เทพเจ้าอียิปต์โบราณ

เทพเจ้าอียิปต์โบราณเป็นเทพและเทพีซึ่งได้รับการบูชาในอียิปต์โบราณ ความเชื่อและพิธีกรรมแวดล้อมเทพเจ้าเหล่านี้เป็นแก่นของศาสนาอียิปต์โบราณ ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ช่วงใดช่วงหนึ่ง เทพเจ้าเป็นสัญลักษณ์ของพลังและปรากฏการณ์ธรรมชาติ และชาวอียิปต์สนับสนุนและระงับสิ่งเหล่านี้ผ่านของถวายและพิธีกรรมเพื่อที่พลังเหล่านี้จะยังคงดำเนินต่อไปตามมะอาท (maat) หรือระเบียบสวรรค์ หลังการสถาปนารัฐอียิปต์เมื่อราว 3100 ปีก่อน ค.ศ. ฟาโรห์มีอำนาจควบคุมการประกอบกิจเหล่านี้ และอ้างว่าเป็นผู้แทนของพระเจ้าและจัดการเทวสถานซึ่งดำเนินพิธีกรรมต่าง ๆอะนูบิสเป็นโอรสของเทวีเนฟทิส และเทพเซต มีสัญลักษณ์เป็นสุนัขไนสีดำเพราะออกเวลากลางคืน ทะเลทรายใกล้สุสาน ทรงได้รับความเคารพมากในไอยคุปต์ทะเลทรายแห่งตะวันตกที่เรียกว่าบ้านแห่งความตาย ทรงเคยเป็นเทพแห่งความตายมาก่อนเทพโอซิริสและเป็นเทพแห่งความตายสำหรับฟาโรห์องค์แรก เทวีไอซิสทรงเลี้ยงพระองค์มาดั่งลูกในไส้ เมื่อโตขึ้นเทพอะนูบิสจึงเป็นผู้ปกป้องพระนาง พระองค์เป็นผู้เสาะหาน้ำมันหอมหรือยาที่หายากในการทำมัมมี่ศพเทพโอซิริสร่วมกับเทวีไอซิสและเทวีเนฟทิสพระมารดา จากนั้นพระองค์จะทำพิธีศพให้เทพโอซิริส พิธีที่พระองค์ทรงคิดขึ้นนั้นเป็นรูปแบบพิธีการฝังศพในเวลาต่อมา มีความเชื่อว่าเทพอะนูบิสมีบทบาทอย่างมากมายหลายประการ ยกตัวอย่าง เช่น jumbo jili ทรงเป็นสื่อกลางในการนำวิญญาณไปที่สนามแห่งของขวัญจากฟ้า โดยใช้มือปกป้องมัมมี ที่สำคัญที่สุดคือ ทรงเป็นผู้ช่วยในการชั่งวิญญาณ โดยเป็นผู้ดูตาชั่งอย่างละเอียดโดยมีขนนกเป็นเครื่องวัดถ้าขนนกเอนขึ้นแปลว่ามีความผิดมาก ถ้าขนนกเอนลงถือว่ามีความดีมาก ส่วนเทพอนูบิสจะเป็นผู้บันทึกการตัดสิน เมื่อถือว่าวิญญาณนั้นบริสุทธิ์แล้ววิญญาณจะไปเข้าเฝ้าเทพโอซิริส เพื่อพิพากษาให้ไปสู่ในโลกแห่งวิญญาณใหม่ หากไม่บริสุทธิ์จะถูกลงโทษอย่างโหดร้าย เทพอะนูบิสมีสัญลักษณ์เป็นชาย มีศีรษะเป็นสุนัขในหรือเป็นสุนัขคอยติดตามเทวีไอซิส หรือเป็นสุนัขจิ้งจอก หรือสุนัขชูคอหมอบอยู่ที่ฐานหรือบนหลุมศพสัญลักษณ์ของเทวีไอซิสมีลักษณะเป็นเทพี บางครั้งมีปีก เครื่องทรงศิราภรณ์เป็นรูปบัลลังก์คล้ายขั้นบันได บางตำรากล่าวไว้ว่า เทวีไอซิส (Isis) เป็นธิดาของเทพและเทพีนุต แต่บางตำรากลับบอกว่า เทพีไอซิสเป็นธิดาของเทพรากับเทพีนุต (หรือ เทพีนัต) ตามที่จะขอกล่าวถึงดังต่อไปนี้ ต้นกำเนิดของเทวีไอซิสเริ่มขึ้นหลังจากที่เทพราได้อภิเษกกับเทพีนุตแล้ว เทพรามีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะได้โอรสธิดา แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้า เทพีนุตก็ไม่ทรงครรภ์เสียที ทำให้เทพราทรงพิโรธ และลงมือสาปให้เทพีนุตไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกเลย…

Continue Reading

เทพเกบ

เทพเกบ เป็นเทพแห่งผืนดินมีน้องสาวคือเทพีนัตมีโอรสธิดา 5 พระองค์คือ เทพโอไซริส เทพเคปริ เทพเซต เทพีไอซิส และเทพีเนฟธิส เป็นเทวกษัตริย์ต่อจากเทพชู พระบิดา มีทั้งตำนานที่เล่าว่าพระบิดาสละราชสมบัติให้และเทพเกบเป็นผู้ชิงบัลลังก์โอไซริส (อังกฤษ Osiris กรีกโบราณ Ὄσιρις) เป็นเทพอียิปต์ซึ่งมักได้รับการระบุว่า เป็นเทพแห่งชีวิตหลังความตาย เทพแห่งนรก และเทพแห่งวิญญาณ เดิมทีเชื่อกันว่า เป็นบุรุษเพศ มีกายสีเขียว มีมัสสุดังฟาโรห์ กายเบื้องล่างพันผ้าห่อศพไว้ ฉลองมงกุฏประดับขนนกกระจอกเทศสองข้าง หัตถ์ทั้งสองถือตะขอกับไม้หวดข้าว ถือกันมาระยะหนึ่งว่า โอไซริสเป็นโอรสของเก็บ (Geb) เทพผืนดิน กับนัต (Nut) เทพีท้องฟ้า ทั้งเป็นเชษฐภาดาและภัสดาของไอซิส (Isis) มีโอรสด้วยกันหนึ่งองค์เมื่อสิ้นชนม์ไปแล้ว คือ ฮอรัส (Horus) โอไซริสยังเกี่ยวเนื่องกับสมญาที่ว่า เค็นที-อาเมนทีอู (Khenti-Amentiu) แปลว่า ที่สุดแห่งชาวตะวันตก ซึ่งหมายถึง การได้ปกครองนรกภูมิ โอไซริสในฐานะมัจจุราชนั้นบางทีได้รับการเรียกขานว่า เจ้าชีวิต (king of the living) เพราะชาวอียิปต์โบราณถือว่า วิญญาณที่ได้รับเซ่นสรวงบูชานั้นเป็น สิ่งมีชีวิต (living one) jumbo jili…

Continue Reading

อบันดันเชีย

เทพีอบันดันเชีย (อังกฤษ Abundantia) เป็นเทพีในตำนานเทพปกรณัมโรมันแห่งโชคลาภ ความอุดมสมบูรณ์ และความมั่งมี ในตำนานเทพเจ้าโรมันอบันดันเชียหรือที่รู้จักกันในชื่อ “อันโนนา” ถือว่าเป็นเทพีชั้นรองและเป็นผู้พิทักษ์กรวยแห่งความอุดมสมบูรณ์ ที่ทำให้เป็นผู้แจกจ่ายอาหารและเงินทอง ที่มาของกรวยแห่งความอุดมสมบูรณ์ของกรีกและโรมันคล้ายคลึงกันที่เทพซูสทรงหักเขาแพะโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งทำให้ทรงสัญญาว่ากรวยหรือเขานี้จะหลั่งไหลด้วยพืชพันธ์ผลไม้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด และให้เทพีอบันดันเชียเป็นผู้รักษา พระคเณศ (สันสกฤต गणेश ทมิฬ பிள்ளையார் อังกฤษ Ganesha) ชาวไทยนิยมเรียกว่า พระพิฆเนศ (विघ्नेश) พระนามอื่นที่พบ เช่น พระพิฆเณศวร พระพิฆเณศวร์ หรือ คณปติ เป็นเทวดาในศาสนาฮินดูที่ได้รับการเคารพบูชาอย่างแพร่หลายที่สุดพระองค์หนึ่ง พบรูปแพร่หลายทั้งในประเทศอินเดีย, เนปาล, ศรีลังกา, ฟิจิ, ไทย, บาหลี, บังคลาเทศ นิกายในศาสนาฮินดูทุกนิกายล้วนเคารพบูชาพระคเณศ ไม่ได้จำกัดเฉพาะในคาณปัตยะเท่านั้น และการบูชาพระคเณศยังพบในพุทธและไชนะอีกด้วย ในตำนานเทพเจ้ากรีกเทพีอมาลเธีย (Amalthea) เป็นแพะผู้เลี้ยงดูซูสด้วยน้ำนมของตนเอง เมื่อเขาของอมาลเธียหักด้วยอุบัติเหตุโดยซูสขณะที่กำลังเล่นกันซึ่งทำให้อมาลเธียกลายเป็นยูนิคอร์น เทพซูสผู้รู้สึกผิดก็คืนเขาให้ เขานั้นจึงมีอำนาจเหนือธรรมชาติที่จุสิ่งใดก็ได้ที่ผู้เป็นเจ้าของต้องการ ภาพดั้งเดิมเป็นภาพเขาแพะที่เต็มไปด้วยผลไม้และดอกไม้ เทพเช่นเทพีฟอร์ชูนา (Fortuna) บางภาพจะถือกรวยแห่งความอุดมสมบูรณ์ นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ กรวยก็ยังเป็นสัญลักษณ์ของการให้กำเนิด jumbo jili อีกทฤษฎีหนึ่งก็ว่าเทพีอมาลเธียอาจจะเป็นนิมฟ์ที่ถูกขอให้มาเลี้ยงซูสเมื่อถูกซ่อนตัวจากโครเนิส อมาลเธียก็นำซูสไปซ่อนไว้ที่เขาไอไกออน (Mount Aigaion) ที่แปลว่าภูเขาแพะ ซึ่งอาจจะหมายความว่าอมาลเธียเป็นนิมฟ์ที่เป็นแพะหรือเป็นนิมฟ์ที่ดูและแพะก็ได้…

Continue Reading

ออโรรา (เทพปกรณัม)

เทพีออโรรา (อังกฤษ Aurora) เป็นพระนามในตำนานเทพปกรณัมโรมันของเทพีอีออส (Eos) ผู้ซึ่งเป็นเทพีเก่าแก่แห่งรุ่งอรุณของตำนานเทพปกรณัมกรีก คำว่า Aurora เป็นคำในภาษาละตินซึ่งแปลว่ารุ่งอรุณ เทพีออโรราจะปรากฏตัวใหม่ในทุก ๆ เช้า ช่วงเวลารุ่งสาง และโบยบินข้ามท้องฟ้า เป็นการประกาศการมาของตอนเช้า พี่น้องของนางประกอบไปด้วยพระเชษฐาหนึ่งองค์ คือ เทพเฮลิออส (ดวงอาทิตย์) และพระขนิษฐาอีกหนึ่งองค์ คือ เทพีเซเลเน่ หรือเทพีลูน่า (พระจันทร์) เทพีออโรรามีพระสวามีอยู่หลายองค์ และพระโอรสสี่องค์ซึ่งประจำอยู่ ณ ทิศต่าง ๆ สี่ทิศอันได้แก่ ทิศเหนือ ทิศตะวันออก ทิศใต้ และทิศตะวันตก การสร้างงานศิลปะในสมัยใหม่ของ “กรวยแห่งความอุดมสมบูรณ์” มักจะเป็นกรวยที่สานด้วยหวายที่มีรูปร่างเหมือนเขาแพะที่บรรจุด้วยสิ่งต่างสำหรับฉลองเช่นผลไม้และผัก ในทวีปอเมริกาเหนือ “กรวยแห่งความอุดมสมบูรณ์” กลายมามีความสัมพันธ์กับเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้าและการเก็บเกี่ยว ในรัฐบริติชโคลัมเบีย “Cornucopia” เป็นชื่อของเทศกาลไวน์และอาหารประจำปีที่ฉลองกันที่วิสเลอร์ นอกจากนั้นสัญลักษณ์นี้ก็ยังปรากฏในธงและตราของรัฐไอดาโฮ, รัฐนอร์ทแคโรไลนา และรัฐนิวเจอร์ซีย์ และในตราของประเทศโคลอมเบีย, ประเทศเปรู และประเทศเวเนซุเอลา “กรวยแห่งความอุดมสมบูรณ์” ใช้ในเครื่องประดับที่เป็นสัญลักษณ์ของการมีบุตร, โชค และความอุดมสมบูรณ์ ผู้นับถือคริสต์ศาสนาบางกลุ่มก็กล่าวเตือนไม่ให้ใช้สัญลักษณ์ที่ว่านี้เพราะถือกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของความโชคร้าย และเปรียบเทียบกับ “เขา” ที่บรรยายในพระคัมภีร์ที่หมายถึงพระเยซูเท็จ (Antichrist) jumbo jili…

Continue Reading

เวอริทัส

เทพีเวอริทัส (อังกฤษ Veritas) เป็นเทพีในตำนานเทพเจ้าโรมันที่เทียบเท่ากับเทพีอเลเธีย (Aletheia) ในตำนานเทพเจ้ากรีก เทพีเวอริทัสเป็นเทพีแห่งความสัตย์ เวอริทัสเป็นลูกสาวของเทพแซทเทิร์นและเป็นแม่ของเทพีเวอร์ชู กล่าวกันว่าเวอริทัสซ่อนตัวอยู่ก้นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ (holy well) เพราะเป็นผู้ที่ชอบเก็บตัว ภาพที่ปรากฏมักจะเป็นสตรีพรหมจารี สวมเสื้อผ้าสีขาว นอกจากนั้นแล้วคำว่า “เวอริทัส” ก็ยังเป็นชื่อของความสัตย์ในคุณธรรมโรมันซึ่งถือว่าเป็นหลักของคุณธรรมที่ชาวโรมันที่ดีควรมี ภาษาละตินของคำนี้ปรากฏในคำขวัญของสถาบันต่างๆ หลายแห่ง เช่น “เวอริทัส” หรือ “ความสัตย์” ที่เป็นคำขวัญของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด, ของลัทธิโดมินิกันของนิกายโรมันคาทอลิก และของวิทยาลัยพรอวิเดนซ์ในโรดไอแลนด์ที่บริหารโดยลัทธิโดมินิกัน หรือ “เวอริทัส” ที่เป็นส่วนหนึ่งของคำขวัญ เช่นของมหาวิทยาลัยอินเดียนาและมหาวิทยาลัยเยล ว่า Lux et Veritas (แสงสว่างและความสัตย์), ของมหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนีย ว่า Vox Veritas Vita (กล่าวคำสัตย์ในการดำเนินชีวิต) นอกจากนั้นแล้วก็ยังปรากฏในวลี ในไวน์คือความสัตย์ (in vino veritas) ที่หมายความว่าเมื่อดื่มเครื่องดื่มที่ทำให้มึนเมาแล้วก็จะทำให้ผู้ดื่มขาดความสามารถในการควบคุมตนเองจนอาจจะพูดอะไรโดยไม่ทันคิด (สิ่งที่เป็นความสัตย์)ใน พ.ศ. 2089 – 2130 มีกษัตริย์มองโกลนามว่า อัลตัลข่าน ได้พบกับประมุขสงฆ์ของนิกายเกลุกที่ชื่อว่า สอดนัมยาโส แล้วเลื่อมใส เนื่องจากท่านสืบเชื้อสายมาจากนิกายสักยะ และพักโมดรุ ซึ่งเป็นตระกูลที่มีอิทธิพลในทิเบต…

Continue Reading

วิกตอเรีย (เทพปกรณัม)

ตามตำนานเทพปกรณัมโรมัน เทพีวิกตอเรีย (Victoria) เป็นเทพีแห่งชัยชนะ พระนามของนางในตำนานเทพปกรณัมกรีกคือเทพีไนคี (Nike) นอกจากนี้นางยังมีความเกี่ยวข้องกับเทพีเบลโลนา (Bellona) เทพีแห่งสงคราม อีกด้วยพุทธศาสนาในยุคนี้ได้รับการอุปถัมภ์จากกษัตริย์ทิเบตเป็นอย่างดี บางองค์เป็นนักปราชญ์รอบรู้พุทธธรรมลึกซึ้ง คือ พระเจ้าเสนาเล ซึ่งทรงสละราชสมบัติออกผนวชเป็นภิกษุ ใน พ.ศ. 1357 ได้มีการทำพจนานุกรมภาษาสันสกฤต-ทิเบต และในรัชสมัยของพระเจ้าราลปาเชน (พ.ศ. 1359) มีการเขียนประวัติศาสตร์ทิเบตเป็นฉบับแรก กษัตริย์พระองค์นี้มีพระราชศรัทธาอย่างแรงกล้าถึงกับสยายพระเกศารองเป็นอาสนะให้พระสงฆ์นั่งล้อมแสดงธรรมถวายพระองค์ พระสงฆ์ได้รับสิทธิพิเศษเป็นราชครู มีพระรูปหนึ่งมีผู้ถวายอาหารเจ็ดครอบครัว มีการลงโทษผู้ที่ไม่เคารพพระสงฆ์ สุดท้ายมีการลอบปลงพระชนม์ เนื่องจากพระองค์ทรงแต่งตั้งชาวพุทธให้ดำรงตำแหน่งทางการบริหาร หรือสนับสนุนพุทธศาสนาเกินไป จากนั้น พระเจ้าลางทรมาที่ทรงถือลัทธิบอนก็ครองราชย์ พระองค์ทรงตั้งตนเป็นปรปักษ์ต่อพุทธศาสนาอยู่หลายปี ได้ทำลายวัดวาอารามที่สำคัญสองแห่งในนครลาซา กำจัดพระสงฆ์โดยให้ลาสิกขา ต่อมามีพระสงฆ์แต่งตัวด้วยชุดดำ ทาม้าสีดำ สวมหมวกสีดำเข้ามาปะปนกับประชาชน ลอบปลงพระชนม์พระเจ้าลางทรมาสำเร็จ เป็นที่มาของฉากร่ายรำของพระทิเบตเรียกว่า การร่ายรำชุดหมวกดำ ถือว่าสิ้นสุดการทำลายล้างพุทธศาสนา คราวนี้พระสงฆ์ที่หนีภัยกลับทิเบตมีอำนาจเข้มแข็งกว่าเดิม jumbo jili พระทีปังกรศรีชญาณ (อตีศะ) ใน พ.ศ. 1600 ถือว่าเป็นยุคที่พระพุทธศาสนาจากอินเดียเข้าสู่ทิเบตโดยตรง ประดิษฐานมั่นคง เป็นศาสนาประจำชาติครั้งใหญ่สุดท้าย และมีนิกายแตกแยกออกไปมาก โดยมีพระทีปังกรศรีชญาณ หรือ พระอติศะจากมหาวิทยาลัยวิกรมศาลาในแคว้นพิหาร ได้เข้ามาเผยแผ่พุทธศาสนาในทิเบต ชาวทิเบตจึงนับถือพระอตีศะรองจากพระปัทมสัมภวะ โดยมีชื่อเรียกว่า โจโวเจ…

Continue Reading

ลิมฟา

ลิมฟา (อังกฤษ Lympha, พหูพจน์ Lymphae) เป็นเทวภาพของน้ำบริสุทธิ์ในศาสนาโรมันโบราณ โดยเป็นหนึ่งในสิบสองเทพเกษตรกรรม ซึ่งมาร์คัส เทเรนชีอัส วาร์โร นักปราชญ์โรมัน ได้บันทึกไว้ว่าทรงเป็น ผู้นำ (duces) ของเกษตรกรโรมัน เนื่องจาก หากปราศจากน้ำแล้ว การเพาะปลูกทั้งหลายก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากความแห้งแล้งและอัตคัด บ่อยครั้ง ลิมฟามักจะเชื่อมโยงกับฟอนตัส เทพเจ้าแห่งน้ำพุและแหล่งต้นน้ำ ลิมฟาเป็นตัวแทนของ การสนใจการนำไปใช้ประโยชน์ ของน้ำบริสุทธิ์ ตามกรอบความคิดการศึกษาเทพเจ้าโรมันของไมเคิล ลิปกา หรืออาจหมายถึงความชื้นโดยรวม ลิมฟาอาจเทียบกับกับนิมฟ์ตามเทพปกรณัมกรีก แต่ไม่สามารถใช้แทนกันได้ทั้งหมด ข้อแตกต่างระหว่างลิมฟาและนิมพ์คือ การอุทิศให้กับการฟื้นฟูทรัพยากรน้ำเป็น กาารอุทิศเพื่อนิมฟ์และยกย่องลิมฟา ในบทกวี ลิมฟาเป็นสามานยนาม ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมักใช้ในรูปพหูพจน์ แต่ก็อาจพบใช้ในรูปเอกพจน์บ้างเช่นกัน โดยมีความหมายถึงแหล่งน้ำบริสุทธิ์ หรืออาจมายถึง น้ำ อย่างง่าย ๆ ลิมฟาเป็นเทพที่เหมาะสมสำหรับบวงสรวงบูชาสำหรับการรักษาแหล่งน้ำ ในวิธีเดียวกับที่เทพลิเบอร์ทรงจัดหาไวน์หรือขนมปังเซเรสประมวลเรื่องปรัมปรากรีกรวบรวมขึ้นจากเรื่องเล่าและศิลปะที่แสดงออกในวัฒนธรรมกรีก เช่น การระบายสีแจกันและของแก้บน ตำนานกรีกอธิบายถึงการถือกำเนิดของโลก และรายละเอียดของเรื่องราวในชีวิต และการผจญภัยของบรรดาเทพเจ้า เทพธิดา วีรบุรุษ วีรสตรี และสิ่งมีชีวิตในตำนานอื่น ๆ ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ในตอนแรกเป็นเพียงการสืบทอดผ่านบทกวีตามประเพณีมุขปาฐะเท่านั้น ซึ่งอาจสืบย้อนหลังไปได้ถึงสมัยไมนอส และสมัยไมซีนี ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ก่อนค.ศ.…

Continue Reading

โรมุลุสและแรมุส

โรมุลุส (ละติน Romvlvs 771 ปีก่อนคริสต์ศักราช717 ปีก่อนคริสต์ศักราช) และ แรมุส (ละติน Remvs 771 ปีก่อนคริสต์ศักราช – 753 ปีก่อนคริสต์ศักราช) เป็นบุคคลในเรื่องปรัมปราเกี่ยวกับการก่อตั้งกรุงโรม ทั้งสองเป็นบุตรชายฝาแฝดของเรอา ซิลวิอา นักบวชหญิงพรหมจรรย์ กับมาร์ส เทพเจ้าแห่งสงคราม หลักฐานทางโบราณคดีแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ที่เป็นโรมในปัจจุบัน มีมนุษย์เข้ามาตั้งถิ่นฐานอย่างน้อย 14,000 ปีมาแล้ว แต่มีชั้นเศษหินหนาที่อายุน้อยกว่านั้นมากปกคลุมชั้นผิวดินตั้งแต่ยุคหินเก่าและยุคหินใหม่ นอกจากนี้ หลักฐานของเครื่องมือหิน เครื่องปั้นดินเผา และอาวุธหิน ก็พิสูจน์ให้เห็นว่ามีมนุษย์อาศัยอยู่ในพื้นที่อย่างน้อย 10,000 ปีมาแล้ว ซึ่งตำนานการก่อตั้งโรมที่เป็นที่รู้จักดีก็อาจทำให้เกิดการเข้าใจผิดไปจากจุดเริ่มต้นของโรมที่แท้จริงและเกิดขึ้นมานานกว่าในตำนานมาก ตำนานการก่อตั้งกรุงโรมปรากฏอยู่ในบันทึกของพลูทาร์ก นักปราชญ์กรีก และลิวี นักประวัติศาสตร์ชาวโรมัน โดยตำนานกล่าวว่า โรมุลุสและแรมุสถูกทิ้งไว้ริมแม่น้ำไทเบอร์มาตั้งแต่แบเบาะ และเติบโตขึ้นจากการเลี้ยงดูของหมาป่า เมื่ออายุ 18 ปี โรมุลุสและแรมุสออกเดินทางจากหมู่บ้านเพื่อไปตั้งหมู่บ้านใหม่ หมู่บ้านของโรมุลุสชื่อ โรม หมู่บ้านของแรมุสชื่อ รีมอเรีย (ปัจจุบัน ไม่มีผู้ใดทราบตำแหน่งที่แน่นอนของหมู่บ้านนี้แล้ว) ต่อมาทั้งคู่เกิดขัดแย้งกันและได้ประลองกำลังกันเมื่อวันที่ 21 เมษายน 753 ปีก่อนคริสต์ศักราช และแรมุสเสียชีวิตในการประลองครั้งนั้น ต่อมาโรมุลุสได้เป็นกษัตริย์องค์แรกของโรม โรม (อังกฤษ…

Continue Reading

เมลโลนา

เทพีเมลโลนา (อังกฤษ Mellona) ตามตำนานเทพปกรณัมโรมัน เป็นเทพีอุปถัมภ์เหล่าผึ้ง พระนามของนางมาจากคำว่า mel ซึ่งแปลว่า น้ำผึ้ง ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 (OED3) เป็นงานที่ตั้งใจจะใช้คอมพิวเตอร์ทำเกือบทั้งหมด ใน ค.ศ. 2005 จอห์น ซิมป์สัน เป็นบรรณาธิการใหญ่ เนื่องจากงานชิ้นแรกของบรรณาธิการแต่ละคนมีแนวโน้มที่ต้องการการปรับปรุงมากกว่าผลของเขาในสมัยก่อน ซึ่งมีความสมบูรณ์เรียบร้อยกว่า จึงต้องมีการถ่วงดุลปรากฏการณ์ดังกล่าว โดยการเริ่มทำงานตั้งแต่เนิ่นๆ และอาจเป็นงานที่อาจปรับปรุงจากอักษรอื่นก่อน แทนที่จะเริ่มด้วยอักษร A พระพุทธศาสนาแบบทิเบต (อังกฤษ Tibetan Buddhism) คือพุทธศาสนาแบบหนึ่งซึ่งถือปฏิบัติในทิเบต และปัจจุบันได้แพร่หลายไปในหลายประเทศ ดินแดนทิเบตในอดีตมีความรุ่งเรืองทางพุทธศาสนามาก พุทธศาสนาแบบทิเบตมีเอกลักษณ์เฉพาะคือเป็นการผสมผสานระหว่างพุทธศาสนานิกายมหายานทั้งจากอินเดียและจีน ได้รับอิทธิพลจากพุทธศานานิกายตันตระของอินเดีย จนเกิดเป็นนิกายวัชรยานขึ้น ประชาชนใฝ่ธรรมะ เมื่อมีงานบุญ ประชาชนจะเดินทางไปแสวงบุญแม้จะไกลสักเพียงใด ซึ่งปัจจุบันก็มีให้เห็นอยู่มากมาย แต่เมื่อตกอยู่ในการปกครองของจีนวัดนับพันแห่งทั่วนครลาซา เหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแห่งในปัจจุบัน จนแทบไม่เหลือความเจริญรุ่งเรืองในอดีตพุทธศาสนาแบบทิเบตจะมีการศึกษาแบ่งเป็น 3 ระดับ คือระดับต้นจะศึกษาเถรวาท ระดับกลางศึกษามหายาน และระดับสูงศึกษาวัชรยานและมนตรยาน ภิกษุถือปาติโมกข์ตามนิกายมูลสรวาสติวาท มีสิกขาบท 253 ข้อ มีความเชื่อเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าต่างจากนิกายเถรวาทคือ นับถือพระธยานิพุทธะ 5 พระองค์ ได้แก่ พระไวโรจนพุทธะ พระอักโษภยพุทธะ พระอมิตาภพุทธะ…

Continue Reading