เทพเกบ

เทพเกบ เป็นเทพแห่งผืนดินมีน้องสาวคือเทพีนัตมีโอรสธิดา 5 พระองค์คือ เทพโอไซริส เทพเคปริ เทพเซต เทพีไอซิส และเทพีเนฟธิส เป็นเทวกษัตริย์ต่อจากเทพชู พระบิดา มีทั้งตำนานที่เล่าว่าพระบิดาสละราชสมบัติให้และเทพเกบเป็นผู้ชิงบัลลังก์โอไซริส (อังกฤษ Osiris กรีกโบราณ Ὄσιρις) เป็นเทพอียิปต์ซึ่งมักได้รับการระบุว่า เป็นเทพแห่งชีวิตหลังความตาย เทพแห่งนรก และเทพแห่งวิญญาณ เดิมทีเชื่อกันว่า เป็นบุรุษเพศ มีกายสีเขียว มีมัสสุดังฟาโรห์ กายเบื้องล่างพันผ้าห่อศพไว้ ฉลองมงกุฏประดับขนนกกระจอกเทศสองข้าง หัตถ์ทั้งสองถือตะขอกับไม้หวดข้าว ถือกันมาระยะหนึ่งว่า โอไซริสเป็นโอรสของเก็บ (Geb) เทพผืนดิน กับนัต (Nut) เทพีท้องฟ้า ทั้งเป็นเชษฐภาดาและภัสดาของไอซิส (Isis) มีโอรสด้วยกันหนึ่งองค์เมื่อสิ้นชนม์ไปแล้ว คือ ฮอรัส (Horus) โอไซริสยังเกี่ยวเนื่องกับสมญาที่ว่า เค็นที-อาเมนทีอู (Khenti-Amentiu) แปลว่า ที่สุดแห่งชาวตะวันตก ซึ่งหมายถึง การได้ปกครองนรกภูมิ โอไซริสในฐานะมัจจุราชนั้นบางทีได้รับการเรียกขานว่า เจ้าชีวิต (king of the living) เพราะชาวอียิปต์โบราณถือว่า วิญญาณที่ได้รับเซ่นสรวงบูชานั้นเป็น สิ่งมีชีวิต (living one) jumbo jili…

Continue Reading

อบันดันเชีย

เทพีอบันดันเชีย (อังกฤษ Abundantia) เป็นเทพีในตำนานเทพปกรณัมโรมันแห่งโชคลาภ ความอุดมสมบูรณ์ และความมั่งมี ในตำนานเทพเจ้าโรมันอบันดันเชียหรือที่รู้จักกันในชื่อ “อันโนนา” ถือว่าเป็นเทพีชั้นรองและเป็นผู้พิทักษ์กรวยแห่งความอุดมสมบูรณ์ ที่ทำให้เป็นผู้แจกจ่ายอาหารและเงินทอง ที่มาของกรวยแห่งความอุดมสมบูรณ์ของกรีกและโรมันคล้ายคลึงกันที่เทพซูสทรงหักเขาแพะโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งทำให้ทรงสัญญาว่ากรวยหรือเขานี้จะหลั่งไหลด้วยพืชพันธ์ผลไม้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด และให้เทพีอบันดันเชียเป็นผู้รักษา พระคเณศ (สันสกฤต गणेश ทมิฬ பிள்ளையார் อังกฤษ Ganesha) ชาวไทยนิยมเรียกว่า พระพิฆเนศ (विघ्नेश) พระนามอื่นที่พบ เช่น พระพิฆเณศวร พระพิฆเณศวร์ หรือ คณปติ เป็นเทวดาในศาสนาฮินดูที่ได้รับการเคารพบูชาอย่างแพร่หลายที่สุดพระองค์หนึ่ง พบรูปแพร่หลายทั้งในประเทศอินเดีย, เนปาล, ศรีลังกา, ฟิจิ, ไทย, บาหลี, บังคลาเทศ นิกายในศาสนาฮินดูทุกนิกายล้วนเคารพบูชาพระคเณศ ไม่ได้จำกัดเฉพาะในคาณปัตยะเท่านั้น และการบูชาพระคเณศยังพบในพุทธและไชนะอีกด้วย ในตำนานเทพเจ้ากรีกเทพีอมาลเธีย (Amalthea) เป็นแพะผู้เลี้ยงดูซูสด้วยน้ำนมของตนเอง เมื่อเขาของอมาลเธียหักด้วยอุบัติเหตุโดยซูสขณะที่กำลังเล่นกันซึ่งทำให้อมาลเธียกลายเป็นยูนิคอร์น เทพซูสผู้รู้สึกผิดก็คืนเขาให้ เขานั้นจึงมีอำนาจเหนือธรรมชาติที่จุสิ่งใดก็ได้ที่ผู้เป็นเจ้าของต้องการ ภาพดั้งเดิมเป็นภาพเขาแพะที่เต็มไปด้วยผลไม้และดอกไม้ เทพเช่นเทพีฟอร์ชูนา (Fortuna) บางภาพจะถือกรวยแห่งความอุดมสมบูรณ์ นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ กรวยก็ยังเป็นสัญลักษณ์ของการให้กำเนิด jumbo jili อีกทฤษฎีหนึ่งก็ว่าเทพีอมาลเธียอาจจะเป็นนิมฟ์ที่ถูกขอให้มาเลี้ยงซูสเมื่อถูกซ่อนตัวจากโครเนิส อมาลเธียก็นำซูสไปซ่อนไว้ที่เขาไอไกออน (Mount Aigaion) ที่แปลว่าภูเขาแพะ ซึ่งอาจจะหมายความว่าอมาลเธียเป็นนิมฟ์ที่เป็นแพะหรือเป็นนิมฟ์ที่ดูและแพะก็ได้…

Continue Reading

ออโรรา (เทพปกรณัม)

เทพีออโรรา (อังกฤษ Aurora) เป็นพระนามในตำนานเทพปกรณัมโรมันของเทพีอีออส (Eos) ผู้ซึ่งเป็นเทพีเก่าแก่แห่งรุ่งอรุณของตำนานเทพปกรณัมกรีก คำว่า Aurora เป็นคำในภาษาละตินซึ่งแปลว่ารุ่งอรุณ เทพีออโรราจะปรากฏตัวใหม่ในทุก ๆ เช้า ช่วงเวลารุ่งสาง และโบยบินข้ามท้องฟ้า เป็นการประกาศการมาของตอนเช้า พี่น้องของนางประกอบไปด้วยพระเชษฐาหนึ่งองค์ คือ เทพเฮลิออส (ดวงอาทิตย์) และพระขนิษฐาอีกหนึ่งองค์ คือ เทพีเซเลเน่ หรือเทพีลูน่า (พระจันทร์) เทพีออโรรามีพระสวามีอยู่หลายองค์ และพระโอรสสี่องค์ซึ่งประจำอยู่ ณ ทิศต่าง ๆ สี่ทิศอันได้แก่ ทิศเหนือ ทิศตะวันออก ทิศใต้ และทิศตะวันตก การสร้างงานศิลปะในสมัยใหม่ของ “กรวยแห่งความอุดมสมบูรณ์” มักจะเป็นกรวยที่สานด้วยหวายที่มีรูปร่างเหมือนเขาแพะที่บรรจุด้วยสิ่งต่างสำหรับฉลองเช่นผลไม้และผัก ในทวีปอเมริกาเหนือ “กรวยแห่งความอุดมสมบูรณ์” กลายมามีความสัมพันธ์กับเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้าและการเก็บเกี่ยว ในรัฐบริติชโคลัมเบีย “Cornucopia” เป็นชื่อของเทศกาลไวน์และอาหารประจำปีที่ฉลองกันที่วิสเลอร์ นอกจากนั้นสัญลักษณ์นี้ก็ยังปรากฏในธงและตราของรัฐไอดาโฮ, รัฐนอร์ทแคโรไลนา และรัฐนิวเจอร์ซีย์ และในตราของประเทศโคลอมเบีย, ประเทศเปรู และประเทศเวเนซุเอลา “กรวยแห่งความอุดมสมบูรณ์” ใช้ในเครื่องประดับที่เป็นสัญลักษณ์ของการมีบุตร, โชค และความอุดมสมบูรณ์ ผู้นับถือคริสต์ศาสนาบางกลุ่มก็กล่าวเตือนไม่ให้ใช้สัญลักษณ์ที่ว่านี้เพราะถือกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของความโชคร้าย และเปรียบเทียบกับ “เขา” ที่บรรยายในพระคัมภีร์ที่หมายถึงพระเยซูเท็จ (Antichrist) jumbo jili…

Continue Reading

เวอริทัส

เทพีเวอริทัส (อังกฤษ Veritas) เป็นเทพีในตำนานเทพเจ้าโรมันที่เทียบเท่ากับเทพีอเลเธีย (Aletheia) ในตำนานเทพเจ้ากรีก เทพีเวอริทัสเป็นเทพีแห่งความสัตย์ เวอริทัสเป็นลูกสาวของเทพแซทเทิร์นและเป็นแม่ของเทพีเวอร์ชู กล่าวกันว่าเวอริทัสซ่อนตัวอยู่ก้นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ (holy well) เพราะเป็นผู้ที่ชอบเก็บตัว ภาพที่ปรากฏมักจะเป็นสตรีพรหมจารี สวมเสื้อผ้าสีขาว นอกจากนั้นแล้วคำว่า “เวอริทัส” ก็ยังเป็นชื่อของความสัตย์ในคุณธรรมโรมันซึ่งถือว่าเป็นหลักของคุณธรรมที่ชาวโรมันที่ดีควรมี ภาษาละตินของคำนี้ปรากฏในคำขวัญของสถาบันต่างๆ หลายแห่ง เช่น “เวอริทัส” หรือ “ความสัตย์” ที่เป็นคำขวัญของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด, ของลัทธิโดมินิกันของนิกายโรมันคาทอลิก และของวิทยาลัยพรอวิเดนซ์ในโรดไอแลนด์ที่บริหารโดยลัทธิโดมินิกัน หรือ “เวอริทัส” ที่เป็นส่วนหนึ่งของคำขวัญ เช่นของมหาวิทยาลัยอินเดียนาและมหาวิทยาลัยเยล ว่า Lux et Veritas (แสงสว่างและความสัตย์), ของมหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนีย ว่า Vox Veritas Vita (กล่าวคำสัตย์ในการดำเนินชีวิต) นอกจากนั้นแล้วก็ยังปรากฏในวลี ในไวน์คือความสัตย์ (in vino veritas) ที่หมายความว่าเมื่อดื่มเครื่องดื่มที่ทำให้มึนเมาแล้วก็จะทำให้ผู้ดื่มขาดความสามารถในการควบคุมตนเองจนอาจจะพูดอะไรโดยไม่ทันคิด (สิ่งที่เป็นความสัตย์)ใน พ.ศ. 2089 – 2130 มีกษัตริย์มองโกลนามว่า อัลตัลข่าน ได้พบกับประมุขสงฆ์ของนิกายเกลุกที่ชื่อว่า สอดนัมยาโส แล้วเลื่อมใส เนื่องจากท่านสืบเชื้อสายมาจากนิกายสักยะ และพักโมดรุ ซึ่งเป็นตระกูลที่มีอิทธิพลในทิเบต…

Continue Reading

วิกตอเรีย (เทพปกรณัม)

ตามตำนานเทพปกรณัมโรมัน เทพีวิกตอเรีย (Victoria) เป็นเทพีแห่งชัยชนะ พระนามของนางในตำนานเทพปกรณัมกรีกคือเทพีไนคี (Nike) นอกจากนี้นางยังมีความเกี่ยวข้องกับเทพีเบลโลนา (Bellona) เทพีแห่งสงคราม อีกด้วยพุทธศาสนาในยุคนี้ได้รับการอุปถัมภ์จากกษัตริย์ทิเบตเป็นอย่างดี บางองค์เป็นนักปราชญ์รอบรู้พุทธธรรมลึกซึ้ง คือ พระเจ้าเสนาเล ซึ่งทรงสละราชสมบัติออกผนวชเป็นภิกษุ ใน พ.ศ. 1357 ได้มีการทำพจนานุกรมภาษาสันสกฤต-ทิเบต และในรัชสมัยของพระเจ้าราลปาเชน (พ.ศ. 1359) มีการเขียนประวัติศาสตร์ทิเบตเป็นฉบับแรก กษัตริย์พระองค์นี้มีพระราชศรัทธาอย่างแรงกล้าถึงกับสยายพระเกศารองเป็นอาสนะให้พระสงฆ์นั่งล้อมแสดงธรรมถวายพระองค์ พระสงฆ์ได้รับสิทธิพิเศษเป็นราชครู มีพระรูปหนึ่งมีผู้ถวายอาหารเจ็ดครอบครัว มีการลงโทษผู้ที่ไม่เคารพพระสงฆ์ สุดท้ายมีการลอบปลงพระชนม์ เนื่องจากพระองค์ทรงแต่งตั้งชาวพุทธให้ดำรงตำแหน่งทางการบริหาร หรือสนับสนุนพุทธศาสนาเกินไป จากนั้น พระเจ้าลางทรมาที่ทรงถือลัทธิบอนก็ครองราชย์ พระองค์ทรงตั้งตนเป็นปรปักษ์ต่อพุทธศาสนาอยู่หลายปี ได้ทำลายวัดวาอารามที่สำคัญสองแห่งในนครลาซา กำจัดพระสงฆ์โดยให้ลาสิกขา ต่อมามีพระสงฆ์แต่งตัวด้วยชุดดำ ทาม้าสีดำ สวมหมวกสีดำเข้ามาปะปนกับประชาชน ลอบปลงพระชนม์พระเจ้าลางทรมาสำเร็จ เป็นที่มาของฉากร่ายรำของพระทิเบตเรียกว่า การร่ายรำชุดหมวกดำ ถือว่าสิ้นสุดการทำลายล้างพุทธศาสนา คราวนี้พระสงฆ์ที่หนีภัยกลับทิเบตมีอำนาจเข้มแข็งกว่าเดิม jumbo jili พระทีปังกรศรีชญาณ (อตีศะ) ใน พ.ศ. 1600 ถือว่าเป็นยุคที่พระพุทธศาสนาจากอินเดียเข้าสู่ทิเบตโดยตรง ประดิษฐานมั่นคง เป็นศาสนาประจำชาติครั้งใหญ่สุดท้าย และมีนิกายแตกแยกออกไปมาก โดยมีพระทีปังกรศรีชญาณ หรือ พระอติศะจากมหาวิทยาลัยวิกรมศาลาในแคว้นพิหาร ได้เข้ามาเผยแผ่พุทธศาสนาในทิเบต ชาวทิเบตจึงนับถือพระอตีศะรองจากพระปัทมสัมภวะ โดยมีชื่อเรียกว่า โจโวเจ…

Continue Reading

ลิมฟา

ลิมฟา (อังกฤษ Lympha, พหูพจน์ Lymphae) เป็นเทวภาพของน้ำบริสุทธิ์ในศาสนาโรมันโบราณ โดยเป็นหนึ่งในสิบสองเทพเกษตรกรรม ซึ่งมาร์คัส เทเรนชีอัส วาร์โร นักปราชญ์โรมัน ได้บันทึกไว้ว่าทรงเป็น ผู้นำ (duces) ของเกษตรกรโรมัน เนื่องจาก หากปราศจากน้ำแล้ว การเพาะปลูกทั้งหลายก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากความแห้งแล้งและอัตคัด บ่อยครั้ง ลิมฟามักจะเชื่อมโยงกับฟอนตัส เทพเจ้าแห่งน้ำพุและแหล่งต้นน้ำ ลิมฟาเป็นตัวแทนของ การสนใจการนำไปใช้ประโยชน์ ของน้ำบริสุทธิ์ ตามกรอบความคิดการศึกษาเทพเจ้าโรมันของไมเคิล ลิปกา หรืออาจหมายถึงความชื้นโดยรวม ลิมฟาอาจเทียบกับกับนิมฟ์ตามเทพปกรณัมกรีก แต่ไม่สามารถใช้แทนกันได้ทั้งหมด ข้อแตกต่างระหว่างลิมฟาและนิมพ์คือ การอุทิศให้กับการฟื้นฟูทรัพยากรน้ำเป็น กาารอุทิศเพื่อนิมฟ์และยกย่องลิมฟา ในบทกวี ลิมฟาเป็นสามานยนาม ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมักใช้ในรูปพหูพจน์ แต่ก็อาจพบใช้ในรูปเอกพจน์บ้างเช่นกัน โดยมีความหมายถึงแหล่งน้ำบริสุทธิ์ หรืออาจมายถึง น้ำ อย่างง่าย ๆ ลิมฟาเป็นเทพที่เหมาะสมสำหรับบวงสรวงบูชาสำหรับการรักษาแหล่งน้ำ ในวิธีเดียวกับที่เทพลิเบอร์ทรงจัดหาไวน์หรือขนมปังเซเรสประมวลเรื่องปรัมปรากรีกรวบรวมขึ้นจากเรื่องเล่าและศิลปะที่แสดงออกในวัฒนธรรมกรีก เช่น การระบายสีแจกันและของแก้บน ตำนานกรีกอธิบายถึงการถือกำเนิดของโลก และรายละเอียดของเรื่องราวในชีวิต และการผจญภัยของบรรดาเทพเจ้า เทพธิดา วีรบุรุษ วีรสตรี และสิ่งมีชีวิตในตำนานอื่น ๆ ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ในตอนแรกเป็นเพียงการสืบทอดผ่านบทกวีตามประเพณีมุขปาฐะเท่านั้น ซึ่งอาจสืบย้อนหลังไปได้ถึงสมัยไมนอส และสมัยไมซีนี ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ก่อนค.ศ.…

Continue Reading