คองคอร์เดีย (เทพปกรณัม)

เทพีคองคอร์เดีย (ละติน Concordia, harmony, อังกฤษ Concordia) ในศาสนาของโรมันโบราณคองคอร์เดียเป็นเทพีแห่งความสมานฉันท์ ความเข้าใจ และความปรองดองกันในชีวิตคู่ ในตำนานเทพเจ้ากรีกที่เทียบเท่ากับเทพีฮาร์โมเนียลี่ยนทางจาก โรมันโบราณ)ในช่วงเวลาที่โรมโบราณเจริญรุ่งเรืองอยู่วัฒนธรรมโรมันเปลี่ยนจากการปกครองตั้งแต่เป็นแบบราชาธิปไตยไปเป็นระบอบสาธารณรัฐคณาธิปไตย และในที่สุดก็ไปเป็นระบบจักรวรรดิแบบอัตตาธิปไตย อารยธรรมโรมันมามีอำนาจอันมีอิทธิพลต่อทวีปยุโรปตะวันตกเฉียงใต้ ทวีปยุโรปตะวันออกเฉียงใต้/คาบสมุทรบอลข่าน และในบริเวณทะเลเมดิเตอเรเนียนโดยการพิชิตและการการผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรมกับท้องถิ่นที่เข้าไปปกครอง จักรวรรดิโรมันทางด้านตะวันตกเสื่อมโทรมลงและสลายตัวไปในคริสต์ศตวรรษที่ 5 การล่มสลายของจักรวรรดิโรมันมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งภายในและการถูกโจมตีโดยชนกลุ่มต่างๆ ในสมัยการโยกย้ายถิ่นฐาน จักรวรรดิโรมันตะวันตกที่รวมทั้งฮิสปาเนีย กอล บริทาเนีย และอิตาลี ได้แบ่งแยกออกเป็นอาณาจักรอิสระในคริสต์ศตวรรษที่ 5 จักรวรรดิโรมันตะวันออก หรือที่เรียกว่าจักรวรรดิไบแซนไทน์ ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่คอนสแตนติโนเปิล ประกอบด้วยกรีซ ส่วนที่พิชิตโดยจักรวรรดิบัลแกเรียที่ 1 อานาโตเลีย ซีเรีย และอียิปต์รอดจากวิกฤติการณ์ที่จักรวรรดิทางด้านตะวันตกประสบ และแม้ว่าจะเสียซีเรียและอียิปต์แก่จักรวรรดิอิสลามของอาหรับจักรวรรดิก็รุ่งเรืองต่อมาอีกหนึ่งสหัสวรรษ จนกระทั่งมาเสียเมือง ให้กับจักรวรรดิออตโตมันของตุรกี นักประวัติศาสตร์มักจะเรียกจักรวรรดิโรมันตะวันออกมักจะเรียกว่าเป็น จักรวรรดิไบแซนไทน์ jumbo jili วัฒนธรรมโรมันมักจะจัดอยู่ใน “ยุคโบราณ” (classical antiquity) ร่วมกับกรีกโบราณซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่เป็นต้นตอและแรงบันดาลใจให้แก่วัฒนธรรมโรมโบราณ โรมโบราณมีบทบาทอย่างใหญ่หลวงในการวิวัฒนการทางด้านกฎหมาย การสงคราม ศิลปะ วรรณคดี สถาปัตยกรรม เทคโนโลยี และภาษาของโลกตะวันตก และประวัติศาสตร์โรมก็ยังคงเป็นประวัติที่ยังคงมีอิทธิพลต่อโลกจนทุกวันนี้จักรวรรดิ (อ่านว่า จัก-กฺระ-หฺวัด, อังกฤษ empire) ถูกนิยามว่าหมายถึง กลุ่มชาติรัฐหรือชาติพันธุ์ที่อยู่ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิหรืออธิปไตยของรัฐอื่นๆที่ทรงอิทธิพล…

Continue Reading

กำเนิดวีนัส (บอตติเชลลี)

กำเนิดวีนัส (อังกฤษ The Birth of Venus) เป็นจิตรกรรมที่เขียนโดยซานโดร บอตติเชลลี จิตรกรสมัยเรอเนซองส์คนสำคัญชาวอิตาลีที่ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่หอศิลป์อุฟฟิซิ, ฟลอเร็นซ์ในประเทศอิตาลี ซานโดร บอตติเชลลีเขียนภาพ “กำเนิดวีนัส” ระหว่างปี ค.ศ. 1484 ถึงปี ค.ศ. 1486 ที่เป็นภาพของวีนัสลอยมาเกยฝั่งอย่างผู้หญิงเต็มตัวภาพใหญ่เช่นภาพ “ฤดูใบไม้ผลิ” อาจจะเขียนสำหรับวิลลาดิคาสเตลโลของลอเร็นโซ ดิ เปียร์ฟรานเชสโค เดอ เมดิชิ (Lorenzo di Pierfrancesco de’ Medici) ราวปี ค.ศ. 1482 หรืออาจจะก่อนหน้านั้นก็ได้ นักวิชาการบางคนเสนอว่า “วีนัส” ที่เขียนให้ลอเร็นโซและที่กล่าวถึงโดยจอร์โจ วาซารีอาจจะเป็นงานคนละชิ้นกับชิ้นนี้ซึ่งปัจจุบันสูญหายไปแล้ว ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่าเป็นงานที่เขียนขึ้นเพื่อฉลองความรักของจุยเลียโน ดิ เปียโร เดอ เมดิชิ (Giuliano di Piero de’ Medici) (ผู้ที่เสียชีวิตในกรณีการคบคิดพัซซิในปี ค.ศ. 1478) ต่อซิโมเน็ตตา คัตตาเนโอ เวสปุชชิ (Simonetta Cattaneo Vespucci) ผู้ที่พำนักอยู่ที่เมืองพอร์โตเวเนเร ที่ติดทะเลและเป็นเมืองที่ตำนานว่าเป็นที่เกิดของวีนัส…

Continue Reading

วีนัสแห่งเออร์บิโน

วีนัสแห่งเออร์บิโน (ภาษาอังกฤษ Venus of Urbino) เป็นภาพเขียนสีน้ำมันที่เขียนโดยทิเชียนจิตรกรสมัยเรอเนซองส์คนสำคัญชาวอิตาลี ที่ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่หอศิลป์อุฟฟิซิ, ฟลอเรนซ์ ในประเทศอิตาลี ทิเชียนเขียนภาพ “วีนัสแห่งเออร์บิโน” ในปี ค.ศ. 1538 ที่เป็นภาพเปลือยของหญิงสาวที่แสดงตัวเป็นวีนัสนอนเอนอยู่บนโซฟาหรือเตียงในห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราของวังเรอเนซองส์ ภาพนี้มีพื้นฐานมาจากภาพเขียนของจอร์โจเนชื่อ “วีนัสหลับ” (Sleeping Venus) ที่เขียนเมื่อราวปี ค.ศ. 1510 แต่ภาพของทิเชียนแสดงความมี sensuality มากกว่าเมื่อเทียบกับงานของจอร์โจเนที่ดูจะห่างเหิน ทิเชียนไม่ได้ใช้อุปมานิทัศน์ใดๆ ในรูปแบบที่ทำกันมา (วีนัสไม่มีสัญลักษณ์อะไรที่บ่งว่าเป็นวีนัส) แต่เป็นภาพที่ดึงดูดความรู้สึกเร้าใจอย่างไม่มีการหลีกเลี่ยง ความรูสึกที่เปิดเผยของวีนัสเป็นสิ่งที่มักจะสังเกตได้จากภาพนี้ วีนัสมองตรงมายังผู้ชมภาพ ราวกับไม่มีรู้สึกอย่างใดต่อความเปล่าเปลือยของร่างกาย ในมือขวาถือช่อดอกไม้ขณะที่มือซ้ายปิดระหว่างขาเหมือนจะยั่วความรู้สึกของผู้ดูอยู่กลางภาพ ฉากหลังด้านหน้ามีสุนัขซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความจงรักภักดีนอนหลับอยู่ปลายเตียง ภาพของสุนัขมักจะเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อตรงแต่เพราะสุนัขนอนหลับก็อาจจะเป็นนัยว่าสตรีในภาพอาจจะไม่ซื่อตรงต่อคนรักและไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่น jumbo jili จุยโดบาลโดที่ 2 เดลลา โรเวเร ดยุคแห่งเออร์บิโน (Guidobaldo II della Rovere) เป็นผู้จ้างทิเชียนให้เขียนภาพนี้ เดิมใช้ตกแต่ง “หีบคาสโซเน” (cassone) ซึ่งเป็นหีบที่ตามธรรมเนียมในอิตาลีให้เป็นของขวัญแต่งงาน สาวใช้ในฉากหลังของภาพกำลังรื้อหีบที่คล้ายคลึงกันดูเหมือนจะหาเสื้อผ้าของวีนัส ที่ออกจะแปลกคือเป็นภาพที่ดยุคตั้งใจจะใช้สอนจุยเลีย วารานาเจ้าสาวที่ยังเด็กของดยุคแต่หัวเรื่องของภาพกลับเป็นสตรีที่เร้าใจผู้ได้เห็น เนื้อหาการสั่งสอนของภาพอธิบายนักประวัติศาสตร์ศิลปะโรนา กอฟเฟ็นในปี ค.ศ. 1997 ในหนังสือ “Sex,…

Continue Reading

อาเมิน

อาเมิน (อังกฤษ Amun หรือ Amen) เป็นสุริยเทพพระองค์หนึ่งและเป็นเทพประจำเมืองธีบส์ มักขนานามรวมกับเทพราเป็นเทพอาเมิน-เรหรืออาเมิน-เร ชาวกรีกเชื่อว่าเทพองค์นี้คือเทพซีอุสของพวกเขา เป็นชายทรงชุดฟาโรห์ ทรงมงกุฏทำด้วยขนนก สัญลักษณ์คือห่านและแกะ พระชายาคือเทพีมัตซึ่งเป็นเทพีแห่งท้องฟ้าและนกแร้ง มีพระโอรสคือเทพคอนซูซึ่งเป็นเทพแห่งดวงจันทร์และการพนันตามคติศาสนากรีกโบราณ ซูส หรือ ซิวส์ (อังกฤษ Zeus กรีกโบราณ Ζεύς, Zeús [zdeǔ̯s] ซฺเดอุส) ทรงเป็นพระบิดาแห่งเทพและมนุษย์ (กรีกโบราณ πατὴρ ἀνδρῶν τε θεῶν τε, patḕr andrōn te theōn te) เป็นเทวราชผู้ปกครองเทพเจ้าแห่งโอลิมปัสดังบิดาปกครองครอบครัว พระองค์ทรงเป็นเทพแห่งท้องฟ้าและสายฟ้าในเทพปกรณัมกรีก ซูสกับพระเจ้าจูปิเตอร์ของโรมันมาจากรากศัพท์เดียวกัน และกลายมามีความใกล้ชิดกันภายใต้อิทธิพลเฮเลนิสติก ซูสเป็นบุตรของโครนัสและรีอา และมีพระชนมายุน้อยที่สุด ในตำนานกล่าวว่า พระองค์สมรสกับฮีรา ทว่าที่ผู้พยาการณ์ที่ดอโดนา คู่สมรสของพระองค์คือ ไดโอนี ตามที่ระบุในอีเลียด พระองค์ทรงเป็นพระบิดาของแอโฟรไดที โดยไดโอนีเป็นพระมารดา พระองค์ทรงเป็นที่รู้จักในเรื่องกาม ซึ่งส่งผลให้พระองค์มีพระโอรสธิดาที่เป็นพระเจ้าและวีรบุรุษมากมาย รวมทั้งอะธีนา อะพอลโลและอาร์ทิมิส เฮอร์มีส เพอร์เซฟะนี ไดอะไนซัส เพอร์ซิอัส เฮราคลีส เฮเลนแห่งทรอย มิวส์…

Continue Reading

อามาเตราซุ

อามาเตราซุ (ญี่ปุ่น 天照 โรมาจิ Amaterasu), อามาเตราซุ-โอมิกามิ (ญี่ปุ่น 天照大神 / 天照大御神 โรมาจิ Amaterasu-ōmikami) หรือ โอฮิรูเมโนมูจิโนกามิ (ญี่ปุ่น 大日孁貴神 โรมาจิ Ōhiru-menomuchi-no-kami) เป็นสุริยเทพีตามความเชื่อของศาสนาชินโต มีตำนานที่เกี่ยวข้องกับเทพีองค์นี้มากมาย ซึ่งเป็นรากฐานของพิธีกรรมสำคัญต่าง ๆ เรื่องที่สำคัญคือการที่สุริยเทพีหลบหนีพระพายซูซาโนโอะชินโต (ญี่ปุ่น 神道 โรมาจิ shintō) เป็นลัทธิตามความเชื่อเดิมของชาวญี่ปุ่น คำว่า ชินโต มาจากตัวอักษรจีน หรือคันจิ 2 ตัวรวมกัน คือ ชิน (ญี่ปุ่น 神 โรมาจิ shin, kami) หมายถึงเทพเจ้า (ภาษาจีน 神, พินอิน shén, เสิน) และ โต (ญี่ปุ่น 道 โรมาจิ tō, do) หมายถึงวิถีทางหรือศาสตร์วิชา (ภาษาจีน 道, พินอิน dào, เต้า)…

Continue Reading

ฟาโรห์แรเมซีสที่ 2

แรเมซีสที่ 2 หรือ แรมซีสที่ 2 สวรรคต กรกฏาคมหรือสิงหาคม 1213 ปีก่อนคริสตกาล เสวยราชย์ 1279–1213 ปีก่อนคริสตกาล หรือ 1276–1210 ปีก่อนคริสตกาล) สมัญญา แรเมซีสมหาราช (อังกฤษ Ramesses the Great) เป็นฟาโรห์รัชกาลที่ 3 แห่งราชวงศ์ที่ 19 ของจักรวรรดิอียิปต์ เป็นกษัตริย์ที่ถือกันว่า ยิ่งใหญ่ ทรงอำนาจ และมีชื่อเสียงมากที่สุดของอียิปต์ ผู้ครองราชย์สืบต่อจากพระองค์และชนอียิปต์รุ่นหลังขนานนามพระองค์ว่า มหาบรรพชน (Great Ancestor) ส่วนเอกสารกรีกออกนามพระองค์ว่า โอซีแมนเดียส (Ozymandias) ซึ่งมาจากการทับศัพท์ชื่อรัชกาลพระองค์ในภาษาอียิปต์ คือ Usermaatre Setepenre (ความยุติธรรมของรานั้นทรงพลานุภาพผู้ได้รับเลือกแห่งรา) ออกเป็นภาษากรีก ขณะที่พระองค์มีพระชนม์ได้ 14 ชันษา ฟาโรห์เซติที่ 1 (Seti I) พระบิดาของพระองค์ ทรงตั้งพระองค์เป็นเจ้าชายผู้สำเร็จราชการ (Prince Regent) พระองค์ทรงยกทัพเข้าลิแวนต์ (Levant) หลายครั้งเพื่ออ้างย้ำซึ่งอำนาจของอียิปต์ในการปกครองเคนัน (Canaan) ทั้งมีการยกพลลงใต้ไปนิวเบีย (Nubia)…

Continue Reading