ฮอรัส

เทพฮอรัส (อังกฤษ Horus) คือหนึ่งในเทพของ ตำนานเทพเจ้าแห่งไอยคุปต์ ของความเชื่อชาวอียิปต์ ฮอรัสเป็นพระโอรสของเทพโอซีริส และเทพีไอซิสและเป็นพระสวามีของแฮธอร์ ทรงเป็นเทพที่เกิดจากการรวมกันของเทพนกเหยี่ยวและเทพแห่งแสงสว่าง มีพระเนตรขวาเป็นดวงอาทิตย์ พระเนตรซ้ายเป็นดวงจันทร์ และ คนอียิปต์โบราณมีความเชื่อว่าการเกิดกลางวันกลางคืนนั้นเกิดจากการบินรอบโลกของเทพฮอรัส สญลักษณ์ของเทพฮอรัสคือเป็นมนุษย์ที่มีศีรษะเป็นนกเหยี่ยว ทรงสวมมงกุฎสองชั้นหรือแกะสลักเป็นรูปวงสุริยะมีปีกอยู่ที่รั้ววิหารประจำพระองค์ หรือคือนกเหยี่ยวกำลังบินอยู่เหนือการสู้รบของฟาโรห์ ที่อุ้งเล็บมีแส้แห่งความจงรักภักดีและแหวนแห่งความเป็นนิรันดร์อยู่ ทพฮอรัสมีพระนามมากมายตามท้องที่ที่สักการะและความเชื่อ เช่น เทพฮาโรเอริส (Haroeris) ฮอรัส เบฮ์เดตี (Horus Behdety) ฮาราเคต ฮาร์มาฆิส (Harmakhis) และ ฮาร์สีเอสิส (Harsiesis) อรัสเติบใหญ่ขึ้นด้วยการเลี้ยงดูของพระมารดาที่แซมมิส และได้รับการฝึกเพลงอาวุธและเวทมนตร์ จากพระมารดาและเทพฮามาคิสต์ผู้เป็นลุงเทพปกรณัมแห่งไอยคุปต์ หรือ ศาสนาของชาวไอยคุปต์ (อียิปต์โบราณ) คือศาสนาหรือความเชื่อในรูปแบบพหุเทวนิยม ของชาวอียิปต์โบราณ เมื่อกว่า 3,000 ปีที่แล้ว เป็นศาสนาที่นำสัตว์ที่อยู่ตามธรรมชาติ มาผูกโยงกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ โดยชาวอียิปต์โบราณจะนับถือเทพต่างกัน ขึ้นอยู่กับท้องถิ่นเช่น เมืองบูบาสติสจะนับถือเทพีบาสต์ เป็นต้น แต่ชาวไอยคุปต์เชื่อเหมือนกันว่าเทพรา ผู้เป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์เป็นเทพสูงสุด เพราะชาวอียิปต์เชื่อว่าเทพราจะนำเรือล่องตามท้องฟ้า เพื่อเยี่ยมเยือนแคว้นทั้ง 12 แคว้นในเวลากลางวันและราต้องผ่านประตูทั้ง 12 ประตูในเวลากลางคืน โดยมีงูอโพฟิสคอยขัดขวางเทพราอยู่ และชาวอียิปต์เชื่อว่าหากเทพราพ่ายแพ้อโพฟิสแล้ว โลกจะตกอยู่ในความมืดชั่วนิรันดร์ ส่วนเทพอื่น…

Continue Reading

พระอินทร์

พระอินทร์ (สันสกฤต อินฺทฺร इन्द्र บาลี อินฺท) เป็นเทวราช ตามคติในศาสนาฮินดู และศาสนาเชน มีหน้าที่ปกครองสวรรค์และอภิบาลโลก ถือกำเนิดขึ้นในสมัยฤคเวท ต่อมาในสมัยที่ตรีมูรติอุบัติขึ้น พระอินทร์ก็ถูกลดบทบาทลงและเริ่มมีพฤติกรรมทางเพศมากขึ้น กระทั่งกลายเป็นเทวดาชั้นรองจากมหาเทพตรีมูรติในปัจจุบัน แต่ในรามเกียรติ์ พระอินทร์มีภรรยาชื่อนางกาลอัจนา มีลูกชื่อ พาลี มีน้องชื่อสุครีพ ลูกของพระอาทิตย์.ผู้บังคับบัญชาอาชาชาติ ราชรถ ชนคาม และปศุสัตวานุสัตว์. ผู้กระทำให้มีซึ่งตะวันและกาลอรุณรุ่ง ผู้กระทำให้สายน้ำขับเคลื่อน โอ พระอินทร์นั่นแล้ว. พระอินทร์ผู้ปลดเปลื้องโศกาดูรแห่งอนาถาชน ผู้ปลดเปลื้องรัตติกาลด้วยอรุโณทัย ผู้กระทำให้ความไม่สมบูรณ์เป็นความสมบูรณ ในยุคเริ่มแรกตามคัมภีร์ฤคเวท พระอินทร์เป็นประมุขแห่งทวยเทพ เป็นเจ้าแห่งสภาพภูมิอากาศ และเป็นเจ้าแห่งการสงคราม มีอุปนิสัยชอบช่วยเหลือสรรพสัตว์ สมัยแรกมักเรียกพระอินทร์ว่า ศักระ (แปล ผู้องอาจเป็นเลิศ) ซึ่งขณะนั้นมีจำนวนเทวดาทั้งสิ้นสามสิบสามพระองค์ อันได้แก่ เทพคณะอาทิตย์ 12 พระองค์ เทพคณะวสุ 8 พระองค์ พระรุทระ 11 พระองค์ และพระอัศวิน 2 พระองค์ โดยมีพระอินทร์เป็นประมุขของเทวดาเหล่านี้ คัมภีร์ส่วนใหญ่กล่าวถึงวีรกรรมของพระอินทร์ในการปราบอสูรชื่อวฤตระ (Vritra) และวีรกรรมในการอภิบาลจักรวาลนานัปกา พระอินทร์ปราบวฤตราสูร พระอินทร์ทรงมาขอกระดูกฤๅษีทธีจิ ไปสร้างวัชระ…

Continue Reading

พระแม่วาราห

พระแม่วาราหี (สันสกฤต वाराही) เป็นเทวีในศาสนาฮินดู องค์หนึ่งในคณะมาตฤกา เป็นพลังศักติของพระวราหะ ซึ่งเป็นอวตารปางที่ 3 ของพระวิษณุ พระแม่วาราหิณีมีพระวรกายเป็นมนุษย์ แต่มีศีรษะเป็นหมูป่า เช่นเดียวกับพระวราหะอวตารปางนี้ อยู่ในช่วงสัตยยุค พระวิษณุทรงอวตารเป็นหมูป่า (วราห์) เพื่อปราบแทตย์ ผู้มีนามว่า หิรัณยากษะ (ผู้ซึ่งมีนัยน์ตาทอง) ซึ่งเป็นอสูรที่ชั่วร้ายมีความร้ายกาจยิ่งนัก เดิมนั้นอสูรตนนี้ได้บำเพ็ญตบะ เพื่อบูชาพระพรหม ทำให้พระองค์โปรดปรานพอพระทัยยิ่งนัก จึงประทานให้อสูรตนนี้มีฤทธิ์สามารถปราบได้ทั่วสากลจักรวาล พญาอสูรจึงได้มีความฮึกเหิมอหังการยิ่งนัก ได้จัดการม้วนแผ่นดินโลกทั้งหมด แล้วหนีบใต้รักแร้ หนีลงไปอยู่ในบาดาล ในที่สุดต้องเดือดร้อนถึงพระวิษณุอวตารลงมาเป็นหมูป่า (วราห์) กายสีขาว ใหญ่ 10 โยชน์ สูง 100 โยชน์ เขี้ยวเป็นเพชร นัยน์ตาเป็นประกายดังสายฟ้าแลบ เสียงคำรามดังก้องมหาสมุทร รัศมีดุจดวงสุริยะ เพื่อปราบปรามยักษ์ตนนี้ หมูนี้มีเขี้ยวเป็นเพชร ดำน้ำลงไปในมหาสมุทรต่อสู้กับหิรัณยากษะ จนเวลาล่วงเลยไปถึงหนึ่งพันปี จึงสามารถฆ่าหิรัณยากษะได้สำเร็จ ท้ายที่สุดก็เอา เขี้ยวเพชรนั้นงัดเอาแผ่นดินขึ้นมาไว้บนผืนน้ำตามเดิม.ในทางกายวิภาคศาสตร์ ศีรษะ (ละติน caput, มักสะกดผิดเป็น ศรีษะ) หรือ หัวของสัตว์ ถือว่าเป็นส่วนที่ยื่นออกมาจากแกนกลางของร่างกาย ในมนุษย์มีส่วนประกอบที่ทำให้เป็นศีรษะเช่น กะโหลกศีรษะ ใบหน้า สมอง…

Continue Reading

มาส์

เทพมาส์ (อังกฤษ Mars) เป็นเทพในตำนานเทพปกรณัมโรมันที่เทียบเท่ากับเทพแอรีสในตำนานเทพปกรณัมกรีก เทพมาส์เป็นเทพแห่งสงคราม เป็นลูกของเทพีจูโนและเทพจูปิเตอร์ เป็นสามีของเทพีเบลโลนาและคนรักของเทพีวีนัส มาส์เป็นเทพทางการทหารที่เป็นที่สักการะของกองทหารโรมัน นักรบโรมันถือว่ามาส์เป็นเทพที่มีความสำคัญเป็นลำดับสองรองจากเทพจูปิเตอร์ เดือนที่ฉลองคือเดือนมีนาคมซึ่งเป็นชื่อเดือนที่ตั้งตามชื่อของเทพและเดือนตุลาคม คำว่า “Mars” ไม่มีรากจากคำในตระกูลภาษาโปรโต-อินโด-ยูโรเปียนซึ่งทำให้สันนิษฐานกันว่ามาจากเทพแห่งการเกษตรกรรมของอีทรัสคันชื่อเทพมาริส เดิมเทพมาส์เป็นเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์และพืชพันธุ์และเป็นผู้พิทักษ์วัว ทุ่งการเกษตรกรรม พืชผัก และเกษตรกร ในคริสต์ศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสต์ศักราช รัฐบุรุษโรมันคาโตผู้อาวุโส ได้ทำอะไรสักอย่างหนึ่งก็ไม่ทราบแน่ชัด หรือมีความเกี่ยวข้องอย่างใดอย่างหนึ่งที่ไม่ทราบแน่ชัดกับเทพมาส์ ต่อมาเทพมาส์ก็มาเกี่ยวข้องกับการศึกสงครามที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้นเมื่อจักรวรรดิโรมันเริ่มขยายตัว เทพมาส์ไม่เหมือนเทพแอรีสของตำนานเทพปกรณัมกรีกเพราะเป็นเทพที่เป็นที่นับถือและมีความสำคัญพอ ๆ กับเทพจูปิเตอร์ และถือกันว่าเป็นเทพในนามของกรุงโรม และยังถือกันว่าเป็นพ่อของรอมิวลุส ฉะนั้นชาวโรมจึงสืบเชื้อสายมาจากเทพมาส์ มีเรื่องเล่าว่า เมื่อครั้งที่เหล่าเทวดาได้ทำพิธีกวนเกษียรสมุทรเพื่อให้ได้น้ำอัมฤตนั้นมีทั้งเทวดาและยักษ์ทั้งหลายเข้าร่วมทำพิธี พระราหูได้แอบอยู่ในกลีบเมฆ เมื่อทำพิธีสำเร็จพระราหูจึงรีบลอบดื่มน้ำอัมฤตที่เกิดขึ้นนั้น พระอาทิตย์และพระจันทร์ได้เห็นเข้าจึงรีบเอาความนั้นไปทูลบอกพระนารายณ์หรือพระวิษณุ พระนารายณ์ทราบจึงขว้างจักรตัดไปถูกกลางตัวพระราหูขาดกลายเป็นสองท่อน แต่ด้วยว่าน้ำอัมฤตที่พระราหูได้ดื่มนั้นไหลไปจนถึงกลางตัวพระราหูแล้วพอดี ครึ่งบนของพระราหูที่ถูกตัดออกจึงกลายเป็นอมตะ ส่วนครึ่งร่างนั้นได้กลายมาเป็นพระเคราะห์องค์ที่ ๙ แห่งเหล่าเทวดานพเคราะห์ซึ่งก็คือ พระเกตุ jumbo jili จากนั้นเมื่อครั้งใดที่พระราหูได้พบเจอพระอาทิตย์หรือพระจันทร์ พระราหูก็จะจับมากลืนกินด้วยความโกรธแค้นที่เทวดาทั้งสององค์นำเรื่องไปทูลพระนารายณ์ แต่อมไว้ในปากได้ไม่นานก็ต้องคายออกมาเพราะทนความร้อนและรัศมีของเทวดานพเคราะห์ทั้งสองไม่ได้ เกิดเป็นเหตุของปรากฏการณ์สุริยุปราคาและจันทรุปราคาตามคติความเชื่อของคนโบราณ ในโหราศาสตร์ไทย พระราหูถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ๘ และด้วยเหตุที่สร้างขึ้นมาจากหัวผีโขมด ๑๒ หัว จึงมีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๒ พระเกตุ (เทวนาครี केतु) เป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง…

Continue Reading

พระอังคาร

พระอังคาร (เทวนาครี मंगल มํคล หรือ मङ्गल มงฺคล) เป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง ในคติไทย พระอังคารถูกสร้างขึ้นมาจากพระศิวะทรงนำกระบือ (ควาย) ๘ ตัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีชมพูเข้ม ประพรมด้วยน้ำอมฤต แล้วเสกได้เป็นพระอังคาร มีพระวรกายสีชมพู ทรงเครื่องประดับด้วยทองแดงและแก้วโกเมน ทรงกระบือ (ควาย) เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ และแสดงถึงอักษรวรรค จะ (จ ฉ ช ซ ฌ ญ) เรียกว่า สีหนาม ในไตรภูมิพระร่วง พระอังคารมีวิมานลอยอยู่รอบเขาพระสุเมรุด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ วิมานใหญ่ ๑๕ โยชน์ รัศมีแดง ในคติฮินดู พระอังคาร มีนามว่า พระมังคละ หรือ พระมงคล ถือกำเนิดจากเหงื่อหรือเลือดของพระศิวะที่ทรงหยดลงในขณะทรงพระพิโรธกับการต่อสู้กับอันธกาสูร และพระแม่ธรณีได้รองรับไว้ กำเนิดเป็นกุมารกายสีแดงโลหิต มี ๔ กร บ้างก็ว่าเป็นบุตรของพระแม่ธรณีกับพระวิษณุในร่างพระวราหาวตาร เดิมมีนามว่า พระเภามะ พระเภามะได้เริ่มการบูชาพระศิวะ จนพระศิวะพอพระทัย และแต่งตั้งให้เป็นเทวดานพเคราะห์ อีกตำนานเล่าว่า พระมังคละ มีนามว่า…

Continue Reading

เทียร์

เทียร์ (นอร์สเก่า Týr อังกฤษ Tyr, /tɪɚ/) หรือ ทิว (อังกฤษเก่า Tiw หรือ Tiu) เป็นเทพที่โบราณที่สุดองค์หนึ่งที่มีประวัติที่ลึกลับของกลุ่มชนเจอร์แมนิก มีหน้าที่ดูแลเรื่องสงครามโดยเฉพาะเรื่องสนธิสัญญาและความยุติธรรม เป็นผู้ค้ำประกันสนธิสัญญาและผู้พิทักษ์คำสัตย์ปฏิญาณ เรื่องเล่าเกี่ยวกับเทียร์ที่ปัจจุบันรู้จักกันดีสุด คือ เทียร์เป็นผู้ค้ำประกันความสุจริต จึงเอามือข้างหนึ่งไปวางระหว่างขากรรไกรของหมาป่าปีศาจชื่อ เฟนเรียร์ (Fenrir) ขณะที่เทพองค์อื่นแสร้งทำเป็นไม่สนใจ แต่ที่จริงหมายผูกมัดตัวเฟนเรียร์ เมื่อเฟนเรียร์ตายใจก็ถูกเทพเหล่านี้ผูกมัดตัว พอรู้ว่าถูกหลอกก็กัดมือของเทียร์จนขาด เหตุการณ์นี้ทำให้เทียร์มีอีกชื่อหนึ่งว่า เทพมือเดียวเทียร์เป็นเทพที่ชาวโรมันถือว่า เป็นองค์เดียวกับมาร์ส ซึ่งเป็นเทพแห่งสงครามเช่นกัน คำว่า วันของมาร์ส ในภาษาละติน (dies Marti) จึ่งแปลว่า วันของเทียร์ (Týsdagr อังกฤษ Tuesday) ซึ่งปัจจุบันแปลว่า วันอังคารสนธิสัญญา (อังกฤษ treaty) เป็นข้อตกลงเฉพาะหน้าภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศซึ่งเข้าทำสัญญาโดยตัวแสดงในกฎหมายระหว่างประเทศ ได้แก่ รัฐเอกราชและองค์การระหว่างประเทศ สนธิสัญญาอาจเรียกชื่อต่าง ๆ เช่น กติกา (covenant), กติกาสัญญา (pact), กรรมสาร (act), ข้อตกลง (accord), ความตกลง (agreement), แถลงการณ์…

Continue Reading