คิชโชเต็ง

คิชโชเต็ง เป็นพระโพธิสัตว์แห่งความมั่งคั่งและความอุดมสมบูรณ์ในคติพระพุทธศาสนามหายาน, วัชรยาน, พุทธแบบจีน, พุทธแบบญี่ปุ่นและเป็นหนึ่งหนึ่งในคณะเทพธรรมบาลของพุทธศาสนาแบบจีน เป็นเทพองค์เดียวกับพระลักษมีในในศาสนาฮินดู[กิพีเดีย สารานุกรมเสรี ไปยังการนำทางไปยังการค้นหา รอการตรวจสอ ศาสนาพุทธได้เข้ามาในประเทศจีน ดังที่ปรากฏในหลักฐาน เมื่อประมาณ พ.ศ. 608 ในรัชสมัยจักรพรรดิฮั่นหมิง พระองค์ได้จัดส่งคณะทูต 18 คน ไปสืบพระพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย คณะทูตชุดนี้ได้เดินทางกลับประเทศจีนพร้อมด้วยพระภิกษุ 2 รูป คือ พระกาศยปมาตังคะและพระธรรมรัตนะ รวมทั้งคัมภีร์ของพระพุทธศาสนาอีกส่วนหนึ่งด้วย เมื่อพระเถระ 2 รูป พร้อมด้วยคณะทูตมาถึงลั่วหยาง จักรพรรดิฮั่นหมิงได้ทรงสั่งให้สร้างวัดเพื่อเป็นที่อยู่ของพระทั้ง 2 รูป นั้นซึ่งมีชื่อว่า วัดแป๊ะเบ๊ยี่ แปลเป็นไทยว่า วัดม้าขาว เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ม้าตัวที่บรรทุกพระคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนากับพระเถระทั้งสอง หลังจากนั้นพระกาศปมาตังตะกับพระธรรมรัตนะได้แปลคัมภีร์พระพุทธศาสนาเป็นภาษาจีนเล่มแรกในสมัยราชวงศ์ฮั่น แม้ว่าพระพุทธศาสนาจะเป็นที่เลื่อมใสแต่ก็ยังจำกัดอยู่ในวงแคบคือ ในหมู่ข้าราชการและชนชั้นสูงแห่งราชสำนักเป็นส่วนใหญ่ ยังไม่แพร่หลายในหมู่ประชาชนชาวเมือง เพราะชาวจีนส่วนใหญ่ยังคงนับถือลัทธิขงจื๊อและลัทธิเต๋า จนกระทั่งโม่งจื๊อ นักปราชญ์ผู้มีความสามารถยิ่งได้แสดงหลักธรรมของพระพุทธศาสนาให้ชาวเมืองได้เห็นถึงความจริงแท้อันลึกซึ้งของพระพุทธศาสนาเหนือกว่าลัทธิเดิม กับอาศัยความประพฤติอันบริสุทธิ์ของพระสงฆ์เป็นเครื่องจูงใจให้ชาวจีนเกิดศรัทธาเลื่อมใส จนทำให้ชาวเมืองหันมานับถือพระพุทธศาสนามากกว่าลัทธิศาสนาอื่นๆ พระพุทธศาสนาก็เจริญรุ่งเรืองมาเป็นลำดับ jumbo jili ยุคราชวงศ์ถัง ราชวงศ์ถัง (พ.ศ. 1161-1450) พระพุทธศาสนาก็เจริญสูงสุด เพราะได้รับการสนับสนุนจากพระเจ้าจักรพรรดิตลอดจนนักปราชญ์ราชบัณฑิตต่างๆโดยมีการสร้างวัดขึ้นหลายแห่ง และมีการแปลพระสูตรจากภาษาบาลีเป็นภาษาจีนมากมายพระพุทธศาสนาเริ่มเสื่อมลงเมื่อจักรพรรดิถังอู่จงขึ้นปกครองประเทศ เพราะพระองค์ทรงเลื่อมใสในลัทธิเต๋า พระองค์ได้ทำลายพระพุทธศาสนา เช่น ให้ภิกษุภิกษุณีลาสิกขาบท…

Continue Reading

กวนอิม

กวนอิม ตามสำเนียงฮกเกี้ยน หรือ กวนอิน ตามสำเนียงกลาง (จีนตัวย่อ 观音 จีนตัวเต็ม 觀音 พินอิน Guān Yīn) เป็นพระโพธิสัตว์ในตามคติมหายาน เป็นองค์เดียวกันกับพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ในภาษาสันสกฤต ซึ่งมีต้นกำเนิดจากพระสูตรมหายานในประเทศอินเดีย และได้ผสมผสานกับตำนานเรื่องเจ้าหญิงเมี่ยวซ่าน ของศาสนาพื้นบ้านจีนจนก่อให้เกิดเป็นพระโพธิสัตว์กวนอิมในภาคสตรีขึ้น เพื่อแสดงออกถึงความอ่อนโยน และแสดงถึงความเมตตากรุณาให้เด่นชัดยิ่งขึ้นดังเช่นความรักของมารดาที่มีต่อบุตร ซึ่งเป็นการผสมผสานกลมกลืนทางความเชื่อที่ปราศจากข้อขัดแย้ง เนื่องจากในสัทธรรมปุณฑรีกสูตรได้อธิบายว่า พระอวโลกิเตศวรนั้นสามารถแบ่งภาคเพื่อโปรดสรรพสัตว์ได้มากมายทั้งปางบุรุษและสตรี และเป็นธรรมดาของพระโพธิสัตว์มหายานที่เมื่อเข้าไปสู่ดินแดนอื่นทั้งทิเบต จีน หรือญี่ปุ่น ย่อมผสมผสานกลมกลืนได้กับเทพท้องถิ่นนั้น ๆ อย่างในกรณีพระอวโลกิเตศวรนี้ Sir Charles Eliot ได้ตั้งข้อสังเกตว่า คงเนื่องมาจากความสับสนทางความคิดของชาวจีนในยุคนั้น ซึ่งบูชาเทพเจ้าต่าง ๆ ของตนอยู่แล้ว และเมี่ยวซ่านก็เป็นเทพวีรชนดั้งเดิมอยู่ก่อน เมื่อคติพระโพธิสัตว์จากอินเดียแผ่เข้าไปถึง ได้เกิดการผสานทางวัฒนธรรมเปลี่ยนชื่อเสียง คงไว้เพียงแต่คุณลักษณะต่าง ๆ พอให้แยกออกว่าเป็นพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์พระโพธิสัตว์กวนอิม (ประสูติ 19 เดือนยี่จีน) เดิมเป็นเทพธิดาซึ่งต้องการช่วยปลดเปลื้องทุกข์ภัยแก่มวลมนุษย์ ในชาติสุดท้ายจึงจุติลงมายังโลกมนุษย์นาม เจ้าหญิงเมี่ยวซ่าน เป็นพระราชธิดาองค์เล็กของกษัตริย์แห่งอาณาจักรซิงหลิง พระนามว่า พระเจ้าเมี่ยวจวง กับพระนางเซี่ยวหลิน (พระนางเป๋าเต๋อ) มีพระพี่นาง 2 พระองค์ คือ เจ้าหญิงเมี่ยวอิม และเจ้าหญิงเมี่ยวหยวน jumbo…

Continue Reading

ฮัวโต๋

ฮัวโต๋ (อังกฤษ Hua Tuo จีนตัวย่อ 华陀 จีนตัวเต็ม 華佗 พินอิน Huà Tuó เวด-ไจลส์ Hua T’o) เป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊กที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ยุคสามก๊ก เป็นชาวตำบลเจากุ๋น เมืองไพก๊ก มณฑลเจียงซู มีชื่อรองว่าเหยียนหัวะ มีอาชีพเป็นหมอ ฮัวโต๋เป็นผู้ที่มีฝีมือในด้านการรักษาโรคอันยอดเยี่ยม วิธีการรักษาคนไข้ด้วยการให้กินยาและผ่าตัด ฮัวโต๋เป็นหมอที่มีจรรยาแพทย์ รักษาคนโดยไม่หวังตอบแทนตั้งแต่ชาวบ้านจนถึงคนใหญ่คนโต เป็นที่เลื่องลือไปทั่วแผ่นดินจีน ในสมัยที่ซุนเซ็กครองแคว้นกังตั๋ง จิวท่าย ทหารเอกของซุนเซ็กช่วยซุนกวนฝ่าวงล้อมของกลุ่มโจรป่า จิวท่ายพาซุนกวนฝ่าวงล้อมไปได้ แต่ตนเองต้องอาวุธโจรนับสิบกว่าแผล งีห้วนแนะนำฮัวโต๋ให้มารักษาจิวท่าย ซุนเซ็กจึงได้เชิญตัวมารักษา ใช้เวลาแค่ 3 เดือน บาดแผลก็หายสนิท กวนอูให้หมอฮัวโต๋ผ่าตัดที่แขนเพื่อขูดพิษเกาฑัณฑ์ออกจากกระดูก ศิลปะญี่ปุ่นยุคเอะโดะ ผลงานของอุตะงะวะ คุนิโยะชิ ครั้งหนึ่งกวนอูได้ยกทัพมาตีเมืองอ้วนเซียที่มีโจหยิน ทหารเอกโจโฉรักษาไว้อยู่ กวนอูถูกลูกเกาทัณฑ์อาบยาพิษของข้าศึกที่ไหล่ขวาจึงต้องถอนทัพกลับค่าย กวนเป๋งเป็นผู้ไปตามตัวฮัวโต๋มาช่วยรักษา โดยการผ่าเนื้อที่ไหล่แล้วเอายาใส่และเย็บเนื้อให้เป็นเหมือนเดิม โดยที่กวนอูไม่แสดงอาการเจ็บปวดให้เห็น กวนอูได้สรรเสริญว่าฮัวโต๋เป็นหมอเทวดา ฝ่ายฮัวโต๋ได้ชื่นชมกวนอูว่า เป็นคนไข้ที่อดทนต่อความเจ็บปวดได้ดี เมื่อโจโฉป่วยเป็นโรคประสาทมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ได้เชิญฮัวโต๋มารักษา ซึ่งบอกกับโจโฉว่าต้องผ่าศีรษะรักษาจึงจะหาย โจโฉโกรธหาว่าฮัวโต๋สมรู้ร่วมคิดกับกวนอูคิดฆ่าตน จึงให้นำตัวไปขังไว้จนเสียชีวิตในคุก jumbo jili ฮัวโต๋ได้แต่งตำราแพทย์ไว้เล่มหนึ่ง ชื่อว่า ชิงหนั่ง เผื่อว่าเมื่อตนสิ้นบุญ…

Continue Reading

หวงตี้

หวงตี้ หรือ จักรพรรดิเหลือง (จีน 黃帝) เป็นหนึ่งในกษัตริย์ตามตำนานจีนและวีรบุรุษทางวัฒนธรรม เป็นหนึ่งในซานหวงอู่ตี้ ตำนานระบุว่า จักรพรรดิเหลืองครองราชย์ตั้งแต่ 2697 – 2597 หรือ 2696 – 2598 ปีก่อนคริสตกาล ลัทธิของพระองค์โดดเด่นอย่างมากในยุคฮั่นกล่าวกันว่าพระองค์เป็นผู้ให้กำเนิดรัฐรวมศูนย์อำนาจ ผู้ปกครองจักรวาล และองค์อุปถัมภ์ศิลปะลับ พระองค์ได้รับการยกย่องว่าทรงประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมจำนวนมาก และปัจจุบันได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ริเริ่มอารยธรรมจีน และกล่าวกันว่าเป็นผู้บรรพบุรุษของชาวจีนหัวเซี่ยสามราชาห้าจักรพรรดิ (จีน 三皇五帝 พินอิน Sānhuáng Wǔdì อังกฤษ Three Sovereigns and Five Emperors) เป็นกลุ่มบุคคลหรือเทวดาซึ่งตำนานกล่าวว่า ปกครองภาคเหนือของจีนโบราณ สามราชามาก่อนห้าจักรพรรดิ และห้าจักรพรรดินั้นมีผู้กำหนดว่า ปกครองอยู่ในราว 2852–2070 ปีก่อนคริสตกาล ปัจจุบัน อาจถือว่า บุคคลเหล่านี้เป็นวีรบุรุษทางวัฒนธรรม (culture hero) ว่ากันว่า ราชาทั้งสามเป็นเทพหรือกึ่งเทพซึ่งสร้างความเป็นอยู่ที่ดีและอบรบสั่งสอนวิชาความรู้ต่าง ๆ ให้แก่ผู้คน เช่น สอนให้ใช้ไฟ สอนปลูกสร้างบ้านเรือน สอนทำเรือกสวนไร่นา ค้นพบหยูกยา รวมถึงจัดตั้งปฏิทินและอักษรจีน ส่วนมเหสีของราชาบางองค์ก็ว่า เป็นผู้คิดค้นวัฒนธรรมเกี่ยวกับผ้าไหม ส่วนจักรพรรดิทั้งห้าก็ว่า เป็นปราชญ์ตัวอย่างซึ่งมีคุณธรรมล้ำเลิศ…

Continue Reading

พระอัศวิน

พระอัศวิน (อังกฤษ Ashvins, สันสกฤต अश्विन) เป็นเทพเจ้าตามคติความเชื่อของศาสนาฮินดู พระอัศวินเป็นเทพเจ้าฝาแฝดที่มีศีรษะเป็นม้า และมีร่างกายเป็นมนุษย์ องค์หนึ่งมีพระนามว่า นาสัตยอัศวิน (ความกรุณา) อีกองค์หนึ่งมีพระนามว่า ทัศรอัศวิน (ความรู้แจ้ง) เทียบได้กับเทพเจ้าตามเทพปกรณัมกรีก เช่น โฟบอส และ ดีมอส, ฮิปนอส และ ทานาทอส, แคสเตอร์ และ พอลลักซ์ เป็นต้น พระอัศวินเป็นพระโอรสของพระอาทิตย์ กับนางสัญญา นางสัญญาต้องการจะหนีพระอาทิตย์ไปบวชอยู่ในป่า จึงแปลงร่างเป็นม้าเพศเมีย แต่พระอาทิตย์ก็ยังแปลงร่างเป็นม้าเพศผู้ไปอยู่ด้วยจนเกิดเป็นพระอัศวินขึ้นมา พระอัศวิน เป็นเทพที่ประทานนำทรัพย์ต่าง ๆ มาให้มนุษย์ และยังปกป้องมนุษย์จากภัยอันตรายต่าง ๆ จนถึงโรคภัยไข้เจ็บ เพราะพระอัศวินยังมีหน้าที่เป็นแพทย์สวรรค์ด้วย พระอัศวิน ยังเป็นเทพแห่งแสงสว่าง ทั้งคู่จะขับรถม้านำหน้าราชรถของพระอาทิตย์มาก่อนเวลารุ่งสาง พระอัศวินได้ถูกกล่าวถึงเป็นอย่างมากในคัมภีร์ฤคเวท ซึ่งในคัมภีร์นั้นมีการกล่าวถึงพระนามของพระอัศวินถึง 400 ครั้งคำว่า สํสฺกฺฤต (संस्कृत) แปลว่า กลั่นกรองแล้ว ส่วนคำว่า สํสฺกฺฤตา วากฺ (संस्कृता वाक्) จะใช้เพื่อเรียก ภาษาที่กลั่นกรองแล้ว ซึ่งเป็นภาษาของชนชั้นพราหมณ์ ตรงข้ามกับภาษาพูดของชาวบ้านทั่วไปที่เรียกว่าปรากฤต ภาษาสันสกฤตมีพัฒนาการในหลายยุคสมัย…

Continue Reading

พระธันวันตริ

พระธันวันตริ เป็นเทพแห่งการแพทย์ในความเชื่อฮินดู และเป็นหนึ่งในอวตารของพระวิษณุ พระนามของพระองค์ปรากฏในปุราณะว่าเป็นเทพเจ้าแห่งอายุรเวท พระธันวันตริเกิดขึ้นมาจากเกษียรสมุทรระหว่างการกวนเกษียรสมุทรพร้อมกับน้ำอมฤต (น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้กลายเป็นอมตะ) โดยทั่วไปชาวฮินดูนิยมกราไหว้และบูชาเพื่อให้คุ้มครองสุขภาพและหายจากอาการเจ็บป่วยและโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลธันเตรัส (Dhanteras) หรือ ธันวันตริ ตรโยทศิ (Dhanwantari Trayodashi) ซึ่งรัฐบาลอินเดียประกาศให้เฉลิมฉลองเป็น วันอายุรเวทแห่งชาติอวตาร (สันสกฤต अवतार, avatāra) คือการที่เทพเจ้าฮินดูแบ่งภาคมาเกิดบนโลกมนุษย์ โดยเทพแบ่งพลังงานส่วนหนึ่งลงมาเกิดเป็นมนุษย์หรือสัตว์ เพื่อทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่ง ในลัทธิไวษณพถือว่าเมื่อศีลธรรมของมนุษย์เสื่อมลง จนเกิดความเดือดร้อนไปทั่ว พระวิษณุจะอวตารลงมาปราบยุคเข็ญ การอวตารส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวข้องกับพระวิษณุ แต่ก็ยังมีที่เชื่อมโยงกับเทวดาอื่น ๆ รายชื่อของพระนารายณ์อวตารปรากฏในคัมภีร์ฮินดูจำนวนมากรวมทั้งอวตารทั้งสิบในครุฑ ปุราณะ และอวตาร 22 ปางในภควัตปุราณะ รวมทั้งที่เพิ่มอีกภายหลังจนนับไม่ถ้วน พระวิษณุอวตารเป็นความเชื่อหลักของลัทธิไวษณพ หลักฐานเกี่ยวกับอวตารยุคแรก ๆ อยู่ในภควัทคีตา jumbo jili มีเรื่องราวเกี่ยวกับอวตารของพระศิวะและพระพิฆเนศ และเทพีต่าง ๆ โดยเฉพาะในหมู่ผู้นับถือลัทธิศักติ อย่างไรก็ตาม อวตารของพระนารายณ์เป็นที่รู้จักมากที่สุดอวตารของพระวิษณุมีมากมายหลายปาง แต่อวตารซึ่งเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปคืออวตารชุด ทศาวตาร (เป็นการสมาสคำว่า ทศ (สิบ) เข้ากับคำว่า อวตาร จึงหมายถึง อวตารทั้งสิบ) ซึ่งในประเทศไทยมักเรียกชื่อว่า นารายณ์สิบปาง รายชื่ออวตารทั้งสิบปางนั้นปรากฏอยู่ในครุฑปุราณะ (1.86.1011)…

Continue Reading