ซีหวังหมู่

ซีหวังหมู่ (จีน 西王母 พินอิน Xī Wángmǔ เวด-ไจลส์ Hsi1 Wang2-mu3 พระแม่ตะวันตก) เป็นเทวีตามศาสนาชาวบ้านจีนซึ่งปรากฏมาแต่โบราณกาล บันทึกแรกสุดเกี่ยวกับนางปรากฏบนกระดูกเสี่ยงทายอายุราวหนึ่งร้อยห้าสิบปีก่อนคริสต์ศักราชซึ่งมีเนื้อหาเป็นการสังเวย ซีหมู่ (西母 แม่ตะวันตก) แต่แม้บันทึกเหล่านี้มีขึ้นก่อนลัทธิเต๋า นางก็มักได้รับการจัดเข้าอยู่ในลัทธิเต๋า ชื่อของนางเองบ่งบอกว่านางเป็นสตรี เป็นราชนิกุล และสัมพันธ์กับภาคตะวันตก นางเริ่มได้รับความนิยมและเริ่มเชื่อถือกันว่าเป็นผู้ประทานอายุ โภคะ และสุขะตั้งแต่ช่วงสองร้อยปีก่อนคริสต์ศักราชในคราวที่ภาคตะวันตกและภาคเหนือของจีนสามารถติดต่อกันได้ดีขึ้นเพราะมีการเปิดเส้นทางสายไหม ชื่ออย่างเป็นทางการของนางตามฝ่ายเต๋าคือ เหยาฉือจินหมู่ (จีน 瑤池金母 พินอิน Yáochí Jīnmǔ เวด-ไจลส์ Yao2-ch’ih2 Chin1-mu3 แม่ทองสระหยก) ส่วนในปัจจุบัน นางเป็นที่รู้จักในชื่อ หวังหมู่เหนียงเนียง ตามสำเนียงกลาง หรือ อ๋องโบ้เหนียวเหนียว ตามสำเนียงฮกเกี้ยน (จีน 王母娘娘 พินอิน Wángmǔ Niángniang เวด-ไจลส์ Wang2-mu3 Niang2-niang0) เส้นทางสายไหม (อังกฤษ Silk Road หรือ Silk Route) เป็นชุดเส้นทางการส่งการค้าและวัฒนธรรมซึ่งเป็นศูนย์กลางของอันตรกิริยาทางวัฒนธรรมผ่านภูมิภาคของทวีปเอเชียที่เชื่อมตะวันตกและตะวันออกโดยการโยงพ่อค้าวาณิช ผู้แสวงบุญ นักบวช ทหาร…

Continue Reading

นนทิ

อุสุภราช หรือ นนทิ (อักษรโรมัน Nandi สันสกฤต नंदी) เป็นชื่อโคเผือกที่เป็นพาหนะของพระศิวะ กำเนิดมาจากเมื่อครั้งกวนเกษียณสมุทร พระกัศยปะต้องการให้นางโคสุรภีเป็นพาหนะประจำพระองค์ แต่ติดว่านางโคสุรภีเป็นโคเพศเมีย หากจะเป็นโคพาหนะจึงควรเป็นโคเพศผู้มากกว่า พระกัศยปะจึงได้เนรมิตรโคเพศผู้ขึ้นมาให้สมสู่กับนางโคสุรภี ลูกโคที่เกิดมาเป็นโคสีขาวปลอดเพศผู้ลักษณะดีคือ โคอุสุภราช พระกัศยปะจึงได้ประทานชื่อให้ว่า นนทิ หรือ นันทิ และได้ถวายให้เป็นพระพาหนะแด่พระศิวะ อีกตำนานหนึ่งของการกำเนิดโคอุสุภราช กล่าวว่า เดิมทีเป็นเทพบุตรองค์หนึ่งชื่อ นนทิ เป็นเทพที่ดูแลบรรดาสัตว์ 4 ขาต่าง ๆ ที่เชิงเขาไกรลาส และมักเนรมิตรตนให้เป็นโคเผือกสีขาวเพื่อเป็นพาหนะของพระศิวะเมื่อเสด็จไปยังที่ต่าง ๆ โคอุสุภราชในความเชื่อของชาวฮินดูไม่เพียงแต่เป็นสัตว์พาหนะตัวหนึ่งเท่านั้น แต่ยังได้รับการบูชาดุจดั่งเทพเจ้าองค์หนึ่ง ดังนั้น โคหรือวัวสำหรับชาวฮินดูจึงถือเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ชาวฮินดูจึงไม่ฆ่าโคและกินเนื้อวัว ในพิธีการมงคลแบบฮินดู พราหมณ์จะนำมูลโคมาเจิมหน้าผาก ถือว่าเป็นมงคลประการที่ 7 และในวิหารบูชาพระศิวะมักมีรูปปั้นโคอุสุภราชนี้ประดิษฐานที่กลางวิหารด้วย ด้วยถือว่าเป็นสัญลักษณ์หนึ่งขององค์พระศิวะมีมุมมองหลากหลายเกี่ยวกับการประพฤติที่เรียกว่าเป็นการร่วมเพศหรือกิจกรรมทางเพศ ซึ่งสามารถส่งผลต่อมุมมองเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศ แม้คำว่า การร่วมเพศ มักสื่อถึงการสอดใส่ขององคชาตเข้าไปยังช่องคลอดและโอกาสที่จะสร้างบุตร แต่ก็สามารถหมายถึงการร่วมเพศทางปากและทางทวารหนักได้เช่นกัน ส่วนการร่วมเพศแบบไม่สอดใส่ เช่น การสำเร็จความใคร่ให้กันและกัน (mutual masturbation) และการทำออรัลเซ็กซ์กับผู้หญิง (cunnilingus) ถูกเรียกว่า เพศสัมพันธ์ภายนอก (outercourse ทว่าการร่วมเพศแบบไม่สอดใส่อาจถือว่าเป็นการร่วมเพศได้เช่นเดียวกัน คำว่า เซ็กส์…

Continue Reading

พระอัยนาร์

เทวรูปหินสลักพระอัยนาร์และพระมเหสีทั้งสอง ในพิพิธภัณฑ์ กรุงเชนไน รัฐทมิฬนาฑู ประเทศอินเดีย พระอัยนาร์ ( ทมิฬ ஐயனார்อังกฤษ Aiyanar) เป็นเทวะท้องถิ่น ในศาสนาฮินดู ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่ดูแลรักษาและคุ้มครองหมู่บ้านของชาวทมิฬ ส่วนใหญ่เป็นที่รู้จักและนิยมบูชา ใน รัฐทมิฬนาฑู ประเทศอินเดีย อินเดียภาคใต้ทั่วไป และหมู่บ้าน ทมิฬ ใน ประเทศศรีลังกา มีลักษณะความสัมพันธ์คล้ายคลึงกับ พระอัยยานากี (อังกฤษ Aiyanayake) เทพเจ้าของชาวสิงหล ในประเทศศรีลังกาเทวรูปหินสลักพระอัยนาร์และพระมเหสีทั้งสอง เทวสถานประจำหมู่บ้าน ในกรุงเชนไน รัฐทมิฬนาฑู ประเทศอินเดี พระอัยนาร์ พระอัยนาร์เดิมเป็นเทพเจ้าพื้นเมืองในภาคใต้อินเดีย ที่ได้รับการยบูชามานานแล้ว ต่อในรัฐกรณาฏกะ มีการสร้างเทวสถานถวายเทพองค์นี้ในพระนาม พระศัตตรา ในศตวรรษที่ 10 และปรากฏในคัมภีร์ของชาวทมิฬใหม่ในพระนาม พระอัยยัปปาโดยกล่าวว่าเป็นบุตรที่เกิดจากพลังของพระหริหระซึ่งเป็นการอวตารร่วมกันระหว่างพระศิวะและพระนารายณ์.ภาษาอูรดู (อูรดู اردو‎) (รู้จักกันในชื่อภาษาว่า Lashkari لشکری) เป็นภาษาหนึ่งในภาษากลุ่มอินโด-อารยัน ซึ่งพัฒนามาจากหลายภาษารวมกันคือ ภาษาเปอร์เซีย ตุรกี อาหรับ ฮินดี และ สันสกฤต นิยมใช้กันมากในช่วงสมัยรัฐสุลต่านเดลฮี และจักรวรรดิโมกุล (ค.ศ. 1200-1800) ภาษาอูรดู…

Continue Reading

จูโน

เทพีจูโน (อังกฤษ Juno) เป็นเทพีในตำนานเทพปกรณัมโรมันที่เทียบเท่ากับเทพีเฮราในตำนานเทพปกรณัมกรีก เทพีจูโนเป็นเทพีผู้พิทักษ์ที่ปรึกษาของรัฐ เป็นธิดาของเทพแซทเทิร์น และเป็นน้องสาว (และภรรยา) ของเทพจูปิเตอร์และแม่ของเทพจูเวนตัส (Juventus), เทพมาร์ส และเทพวัลคัน เทพีจูโนเป็นเทพีผู้พิทักษ์กรุงโรมและจักรวรรดิโรมันที่บางครั้งก็เรียกว่าเรจินา (พระราชินี) เทพีจูโน เทพจูปิเตอร์ และ เทพีมิเนอร์วาเป็นสามเทพที่สักการะบนจูโนคาพิโตลินา (Juno Capitolina) ในกรุงโรมจูปิเตอร์ หรือโจฟ ทรงเป็นราชาแห่งพระเจ้าและเทพเจ้าแห่งท้องฟ้าและฟ้าผ่าในเรื่องปรัมปรา จูปิเตอร์ทรงเป็นพระเจ้าหลักของศาสนารัฐโรมันตลอดสมัยสาธารณรัฐและจักรวรรดิ จนศาสนาคริสต์กลายเป็นศาสนาครอบงำในจักรวรรดิ ในเทพปกรณัมโรมัน พระองค์ทรงเจรจากับนูมา ปอมปีลีอัส พระมหากษัตริย์โรมพระองค์ที่สอง เพื่อสถาปนาหลักการของศาสนาโรมันอย่างการบูชายัญ ปกติคาดว่าจูปิเตอร์กำเนิดขึ้นเป็นเทพเจ้าท้องฟ้า สิ่งที่บอก คือ ฟ้าผ่า และสัตว์ศักดิ์สิทธิ์หลักของพระองค์ คือ นกอินทรี ซึ่งถือว่าดีกว่านกอื่นในการยึดลาง (augury) และกลายเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้บ่อยที่สุดอันหนึ่งของกองทัพโรมัน สองสัญลักษณ์นี้มักรวมกันเพื่อแสดงจูปิเตอร์ในรูปอินทรีกำฟ้าผ่าในกรงเล็บ ซึ่งเห็นได้บ่อยในเหรียญกรีกและโรมัน ในฐานะเทพเจ้าท้องฟ้า พระองค์ทรงเป็นพยานศักดิ์สิทธิ์ของคำสาบาน ความไว้วางใจศักดิ์สิทธิ์ซึ่งความยุติธรรมและธรรมาภิบาลยึดถือ หลายหน้าที่ของพระองค์ได้รับความสนใจบนเนินแคพิทะไลน์ (เนินรัฐสภา) อันเป็นที่ตั้งของป้อม พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าหลักในสามแคพิทะไลน์ (Capitoline Triad) ช่วงต้นร่วมกับมาร์สและควิไรนัส ในสามแคพิทะไลน์ช่วงหลัง พระองค์ทรงเป็นผู้พิทักษ์กลางของรัฐร่วมกับจูโนและมิเนอร์วา ไม้ต้นศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ คือ โอ๊ก jumbo jili ชาวโรมันถือว่าจูปิเตอร์เทียบเท่าซูสของกรีก…

Continue Reading

เพอร์เซฟะนี

ในเทพปกรณัมกรีก เพอร์เซโฟเน่ (อังกฤษ Persephone /pərˈsɛfəniː/ กรีก Περσεφόνη) หรือเรียก คอรี (อังกฤษ Kore /ˈkɔəriː/ หญิงโสด) เป็นพระธิดาของซูส และเทพเจ้าแห่งการเก็บเกี่ยว ดีมิเทอร์ และราชินีแห่งโลกหลังความตาย โฮเมอร์อธิบายว่าพระองค์เป็นราชินีแห่งโลกหลังคมตายผู้น่าเกรงขามและน่าเคารพนับถือ ผู้บันดาลให้คำสาปของมนุษย์บังเกิดผลต่อวิญญาณของผู้วายชนม์ เพอร์เซฟะนีถูกเฮดีส ราชาแห่งโลกบาดาล ลักพาตัว ตำนานการลักพาของพระองค์เป็นการแสดงว่าหน้าที่ของพระองค์เป็นบุคคลวัตของพืชพรรณซึ่งงอกในฤดูใบไม้ผลิและถอนคืนสู่พิภพหลังเก็บเกี่ยว ฉะนั้นพระองค์จึงยังสัมพันธ์กับฤดูใบไม้ผลิและความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณในศาสนาและตำนานกรีกโบราณ ดิมีเทอร์ (อังกฤษ Demeter, /dɨˈmiːtɚ/ Gay) เป็นเทพเจ้าแห่งการเก็บเกี่ยว ผู้ดูแลธัญพืชและความอุดมสมบูรณ์ของปฐพี ชื่อลัทธิบูชาของพระนางรวมถึงซิโต (Σιτώ) สตรีแห่งธัญพืช ในฐานะผู้ประทานอาหารหรือธัญพืช และเธสมอฟอรอส (θεσμός thesmos ระเบียบสวรรค์, กฎหมายไม่เป็นลายลักษณ์อักษร phoros ผู้ให้, ผู้ถือ) ผู้ประทานกฎหมาย โดยเป็นเครื่องหมายการดำรงอยู่ของสังคมเกษตรกรรมอารยะ[ยนทางวิมาน ยอดเขาโอลิมปัส, เธรซ, มาซิโดเนีย, ธีปส์, สปาร์ตา และคาบสมุทรแมนิ แอรีส (อังกฤษ Ares /ˈɛəriz/ กรีกโบราณ Ἄρης [árɛːs] อาแรส) ทรงเป็นเทพแห่งสงครามของกรีก…

Continue Reading

โอซีอานัส

โอซีอานัส (อังกฤษ Oceanus, /oʊˈsiənəs/ กรีก Ωκεανός, Okeanos) เป็นระบบที่เชื่อมต่อกันของแหล่งน้ำ เขตน่านน้ำ และมหาสมุทรของโลก (world-ocean) ในยุคสมัยคลาสสิกโบราณซึ่งชาวโรมันและชาวกรีกโบราณคิดว่ามันคือแม่น้ำขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบโลกอยู่ ตามตำนานเทพปกรณัมกรีก มีไททันตนหนึ่งใช้เป็นบุคลาธิษฐานแทนแหล่งน้ำนี้ ไททันตนนี้เป็นพระโอรสของไททันยูเรนัส (Uranus) และเทพีไกอา (Gaia) ผลงานศิลปแบบโมเสคของเฮเลนนิสต์และโรมันมักออกแบบไททันตนนี้ให้มีช่วงบนของร่างเป็นชายร่างบึกบึน มีหนวดเครายาวรุงรัง และเขา ส่วนช่วงล่างจะเป็นร่างของงูเซอร์เพนท์ (serpent) ในภาพวาดบนชิ้นส่วนจากเครื่องปั้นในช่วงประมาณ 580 ปีก่อนคริสตกาล ในกลุ่มเทพที่เข้าร่วมงานวิวาห์ของกษัตริย์เพเลอุซ (Peleus) และนิมฟ์ทะเลเธทิส (Thetis) ไททันโอเซียเนิสมีหางเป็นปลา ในมือขวาถือ terd และมือซ้ายถืองูเซอร์เพนท์ ซึ่งสองสิ่งนี้เป็นของขวัญแห่งความมั่งคั่งและคำทำนาย ในผลงานโมเสคโรมัน ก็มีภาพไททันโอซีอานัสถือไม้พายและอุ้มเรือด้วยเช่นกันดาวเคราะห์ (กรีก πλανήτης อังกฤษ planet หรือ ผู้พเนจร) คือวัตถุขนาดใหญ่ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ ก่อนคริสต์ทศวรรษ 1990 มีดาวเคราะห์ที่เรารู้จักเพียง 8 ดวง (ทั้งหมดอยู่ในระบบสุริยะ) ปัจจุบันเรารู้จักดาวเคราะห์ใหม่อีกมากกว่า 100 ดวง ซึ่งเป็นดาวเคราะห์นอกระบบ คือ โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงอื่นที่ไม่ใช่ดวงอาทิตย์ ในปี พ.ศ. 2549 สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล…

Continue Reading