พระชคันนาถ

ชกันนาถ หรือ จกันนาถ (โอริยา ଜଗନ୍ନାଥ, ไอเอเอสที Jagannātha แปลตรงตัวว่า “จ้าวแห่งจักรวาล”) ทรงเป็นเทพเจ้าท้องถิ่นในศาสนาฮินดู และ ศาสนาพุทธ ในอินเดีย และ บังคลาเทศ พระจกันนาถเชื่อกันว่าเป็นอวตารหนี่งของพระวิษณุ พระองค์เป็นหนึ่งในสามเทพร่วมกับพระพลรามและพระนางสุภัทรา ผู้นับถือลัทธิไวษณพส่วนใหญ่เชื่อว่าพระจกันนาถเป็นรูปนามธรรมของพระกฤษณะ ส่วนในบางส่วนของลัทธิไศวะและลัทธิศักติเชื่อว่าเป็นรูปแบบตันตระสมมาตรของพระไภรวะ แม้แต่ในพุทธบางกลุ่มก็เชื่อว่าเป็นพระพุทธเจ้าในรูปหนึ่ง และในไชนะบางกลุ่มก็เชื่อว่าพระนามนี้มาจาก “จีนะนาถ” เทวรูปของพระชคันนาถสร้างขึ้นจากตอไม้สลักและตกแต่งให้มีพระเนตรวงกลมขนาดโต รูปเคารพของพระชคันนาถไม่แสดงแขนขาให้เห็นอย่างชัดแจ้ง พิธีกรรมบูชาต่าง ๆ มีการผสมผสานกันระหว่างความเชื่อต่าง ๆ สูงมาก (syncretic) แม้แต่มีพิธีกรรมที่ไม่พบในศาสนาฮินดูโดยทั่วไป โดยทั่วไปแล้ว รูปเคารพของพระชคันนาถจะถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยไม้ทุก ๆ ระยะเวลาหนึ่งที่กำหนดไว้ ต้นกำเนิดของการบูชาพระชคันนาถนั้นยังเป็นที่ถกเถียงและไม่ชัดเจน นักวิชาการบางส่วนตีความบทภาวนาที่ 10.155.3 ใน ฤคเวท ว่าอาจจะเป็นจุดกำเนิดดั้งเดิมของพระชคันนาถ ในขณะที่บางส่วนแย้งว่าพระชคันนาถมีรากฐานมาจากการผสมผสานเข้ากับเทวดาท้องถิ่นที่มีพื้นฐานมาจากความเชื่อของชนเผ่า ไม่พบพระนามของพระชคันนาถเป็นหนึ่งในสิบทศาวตาร (อวตารทั้งสิบปาง) ของพระวิษณุในฉบับดั้งเดิม แต่ในวรรณกรรมโอริยาพบพระชคันนาถปรากฏในฐานะอวตารปางที่เก้าแทนที่พระโคตมพุทธเจ้าในทศาวตารฉบับดั้งเดิม jumbo jili พระชคันนาถได้รับการนับถือในฐานะเทพเจ้าที่ไม่เฉพาะต่อลัทธิหนึ่ง ๆ (non-sectarian deity) และพบบูชาเป็นเทพเจ้าองค์สำคัญเป็นพิเศษในรัฐโอริศา, ฉัตตีสครห์, เบงกอลตะวันตก, ฌารขัณฑ์, พิหาร, คุชราต, อัสสัม, มณีปุระ…

Continue Reading

พระกฤษณะ

พระกฤษณะ (สันสกฤต कृष्ण) หรือเอกสารไทยเรียก พระบรมจักรกฤษณ์ เป็นเทวดาในศาสนาฮินดู เป็นอวตารองค์หนึ่งของพระวิษณุ และเป็นตัวดำเนินเรื่องสำคัญในมหากาพย์เรื่อง มหาภารตะ มหากาพย์ที่ยิ่งใหญ่ของประเทศอินเดียและยังทรงเป็นต้นกำเนิดของคัมภีร์ภควัทคีตาหนึ่งในคัมภีร์สำคัญของคัมภีร์พระเวทและยังทรงเป็นพระเจ้าสูงสุดในคัมภีร์พรหมไววรรตปุราณะอีกด้วยคำว่า กฤษณะ เป็นภาษาสันสกฤตมีความหมายว่า ดำ คล้ำ มืด หรือน้ำเงินเข้ม ผู้เป็นเจ้าของความมั่งคั่งและชื่อเสียงทั้งหมดซึ่งใช้พรรณนาบุคคลที่มีสีผิวคล้ำ พระกฤษณะทรงได้รับคำพรรณนาบ่อย ๆ ว่าผิวดำ แต่ในรูปภาพนั้นพระองค์ได้รับการวาดด้วยสีผิวสีน้ำเงินเข้ม มีสัตว์เลี้ยง คือ โคสีขาว พระประวัติ พระกฤษณะเป็นหลานตาของกษัตริย์ ณ มถุรานคร พระกษัตริย์พระนามว่า ท้าวอุครเสน พระกษัตริย์มีบุตร 2 คน คือ ท้าวกังสะและนางเทวกี นางเทวกีได้สมรสกับพระวสุเทพ ต่อมากังสะกบฏต่อพระบิดา ได้จับท้าวอุครเสนและพี่สาวพี่เขยขังไว้ ฤๅษีนารทมุนีทำนายว่า พระวิษณุจะอวตารมาเกิดเป็นบุตรคนที่แปดของนางเทวกีเพื่อสังหารท้าวกังสะ ท้าวกังสะจึงฆ่าลูกทุกคนของนางเทวกี หลังจากฆ่าหกคนแรกแล้ว คนที่เจ็ดคือพระพลราม เป็นร่างอวตารของพญาอนันตนาคราช พระแม่โยคมายาได้สลับเข้าครรภ์ของนางโรหิณี พระกฤษณะเป็นคนที่แปด พระวสุเทพสามารถลักลอบเอาพระกฤษณะไปฝากให้โคบาลชื่อนันทะและนางยโศธาเลี้ยงในหมู่บ้านโคกุลนอกนครมถุรา ต่อมาเมื่อเติบโตขึ้นก็ได้สังหารท้าวกังสะและเหล่าอสูรบริวาร ปลดปล่อยท้าวอุครเสน พระวสุเทพ และนางเทวกี ท้าวอุครเสนทรงได้ให้การศึกษาในสำนักฤๅษีสานทีปนี และได้แต่งตั้งพระกฤษณะขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งเมืองมถุรา ต่อมาท้าวชราสันธ์ ผู้เป็นพ่อตาของท้าวกังสะ ยกทัพมาหมายแก้แค้นถึง 17 ครั้ง แต่ก็พ่ายแพ้ทุกครั้ง พระกฤษณะเห็นว่าเมืองมถุราไม่เหมาะแก่การรับศึกหนักเป็นเวลานาน…

Continue Reading

ทวารกา

ทวารกา (เทวนาครี द्वारका) ตั้งอยู่ทางตะวันตกของชมพูทวีป ประมาณ 500 ปัก่อนคริสตกาล ก่อตั้งโดยพระกฤษณะ ซึ่งอพยพมาจากมถุรา เมือง ทวารกาตั้งอยู่ริมฝั่งชายทะเลอาหรับ แถบแคว้นคุชราต ต่อมาหลัง สงครามทุ่งกุรุเกษตร คานธารี มารดาของทุรโยธน์ เชื่อว่า พระกฤษณะ เป็นต้นเหตุทำให้ทุรโยธน์กับลูกของนางอีก 99 คนต้องตายและไม่มีใครสืบสกุลเการพ นางจึงสาปพระกฤษณะว่า นับตั้งแต่ต้นไปอีก 36 ปี ข้าขอสาปให้พระกฤษณะและสกุลยาทพต้องมาพบจุบจบเหมือนบุตรชายข้า และญาติ ของท่านต้องมาฆ่ากันตายเองและเมืองทวารกาของท่านต้องจมสมุทรไปเป็นเวลาหลายพันปี และ 36 ปีต่อมา เมืองทวารกาได้จมสมุทร ไปและ เมื่อ 50 ปีก่อน นักสำรวจชาวอินเดียคนหนึ่งได้สำรวจ ทะเลอาหรับดูก็พบว่าเมืองทวารกามีอยู่จริง แต่ปัจจุบันนี้ เมืองทวารกา ได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ตั้งแต่รัชสมัยพระเจ้าจันทรคุปต์ที่ 2 แห่งราชวงศ์คุปตะจักรวรรดิคุปตะ (อังกฤษ Gupta Empire) เป็นจักรวรรดิอินเดียโบราณที่รุ่งเรืองระหว่างปี ค.ศ. 280 จนกระทั่งปี ค.ศ. 550 จักรวรรดิ โดยมีอาณาบริเวณที่ครอบคลุมตางตอนเหนือและตอนกลางของอินเดียทั้งหมด และบังคลาเทศปัจจุบัน จักรวรรดิก่อตั้งขึ้นโดยพระเจ้าศรีคุปต์ โดยมีเมืองหลวงอยู่ที่ปาฏลีบุตรที่ปัจจุบันคือปัฏนาทางตอนเหนือของรัฐพิหาร jumbo jili ความรุ่งเรืองของจักรวรรดิภายใต้การนำของพระมหากษัตริย์ราชวงศ์คุปตะทำให้มีความเจริญในด้านวิทยาศาสตร์และศิลปะ…

Continue Reading

กฤษณชนมาษฏมี

กฤษณชนมาษฏมี (Krishna Janmashtami) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ชนมาษฏมี (Janmashtami) หรือ โคลูกาษฏมี (Gokulashtami) เป็นเทศกาลประจำปีในศาสนาฮินดูที่เฉลิมฉลองประสูติกาลของพระกฤษณะ อวตารปางที่แปดของพระวิษณุ วันที่ของกฤษณชนมาษฏมีตรงกับในปฏิทินฮินดู ในวันที่แปด (อัษฏมี) ของกฤษณปักษ์ (ปักษ์มืด) ในศราวน หรือภัทรปัท (ขึ้นอยู่กับปฏิทิน) ซึ่งตรงกับช่วงระหว่างเดือนสิงหาคมและกันยายนตามปฏิทินเกรกอเรียน กฤษณชนมาษฏมีถือเป็นเทศกาลสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในลัทธิไวษณพของศาสนาฮินดู ระหว่างเทศกาลมีการแสดงร่ายรำประกอบดนตรีแสดงถึงพระชนมชีพของพระกฤษณะตามที่ระบุไว้ใน ภควัตปุราณะ (เช่น รสลีลา หรือ กฤษณลีลา), การขับร้องบทสรรเสริญในช่วงเที่ยงคืน ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นกาลประสูติของพระศิวะ, อดอาหาร (อุปวส upavasa), การเฝ้ายามยามค่ำคืน (ราตรี ชครัน Jagaran), และเทศกาล (มโหตสว Mahotsav) ในวันถัดไป ชนมาษฏมีเป็นที่ฉลองกันมากเป็นพิเศษในมถุรา และ วรินทรวัน รวมถึงบุมชนในมณีปุระ, อัสสัม, พิหาร, เบงกอลตะวันตก, โอริสา, มัธยประเทศ, ราชสถาน, คุชราต, มหาราษฏระ, กรณาฏกะ, เกรละ, ทมิฬนาฑู, อานธรประเทศ และรัฐทุกรัฐในประเทศอินเดีย jumbo…

Continue Reading

บาบากระสุน

โอมพันนา (Om Banna) หรือ บาบากระสุน (Bullet Baba) เป็นศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ในอำเภอปาลีใกล้กับเมืองโชธปุระ ประเทศอินเดีย เพื่อบูชาเทพเจ้าชื่อเดียวกันที่อยู่ในรูปของรถจักรยานยนต์ ตัวศาลเจ้าตั้งอยู่ห่างไป 20 กิโลเมตร (12 ไมล์) จากตัวเมืองปาลี และ 53 กิโลเมตร (33 ไมล์) จากเมืองโชธปุระ รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นรถรุ่น รอยัลเอนฟีลด์บุลเลท RNJ 7773 ขนาด 350 ซีซี เชื่อกันว่าโอมพันนาจะช่วยคุ้มครองเรื่องการเดินทางให้เป็นไปโดยราบรื่นและปลอดภัย[เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 1988 โอม พันนา ชายหนุ่มผู้มีชื่อเดิมคือ โอม สิงห์ รฐูร (Om Singh Rathore) (คำว่า banna เป็นคำเรียกเยาวชนวรรณะราชปุตในทางให้เกียรติ) เดินทางจากเมืองบังคที (Bangdi) ใกล้ สันเทราว (Sanderao) ในปาลีมุ่งหน้าโจติลา (Chotila) ด้วยรถจักรยานยนต์ ก่อนจะสูญเสียการควบคุมรถและชนเข้ากับต้นไม้ริมทาง และเสียชีวิตคาที่ เช้าวันถัดมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถจักรยานยนต์ไปไว้ที่สถานีตำรวจท้องถิ่น ก่อนที่ในเช้าวันถัดมาจะพบว่ารถจักรยานยนต์สูญหายไปจากสถานีตำรวจ แต่กลับมาตั้งอยู่ตรงจุดที่เกิดอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรุดไปยังที่เกิดเหตุ…

Continue Reading

แอสคลีเพียส

แอสคลีเพียส (Asclepius) (ละติน Aesculapius, กรีก Asklepios) เป็นเทพเจ้าแห่งการแพทย์ การรักษา และการฟื้นคืนชีพ ในตำนานเทพปกรณัมกรีกในยุคกรีกโบราณ แอสคลีเพียส เป็นตัวแทนของการรักษาทางการแพทย์ บุตรสาวและบุตรชายของแอสคลีเพียสต่างก็มีความสำคัญเกี่ยวกับการแพทย์ด้วยเช่นกัน บุตรสาวของแอสคลีเพียสได้แก่ ไฮเจีย (Hygea) เป็นเทพีแห่งสุขอนามัยและความสะอาด ลาโซ (Laso) เป็นเทพีแห่งการฟื้นฟู อาเซโซ (Aceso) และ แพนะเซีย (Panacea) เทพีแห่งการรักษา บุตรชายของแอสคลีเพียส มาเคออน (Machaon) และ โพดาลิริอุส (Podalirius) เป็นศัลยแพทย์ทหารของกรีก ปรากฏชื่ออยู่ในสงครามเมืองทรอยแอสคลีเพียส เป็นบุตรของเทพเจ้าอะพอลโล ซึ่งถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งการแพทย์เช่นกัน คทาของแอสคลีเพียสใช้แทนสัญลักษณ์แทนการแพทย์ในสมัยกรีกและใช้มาจนถึงปัจจุบัน ตำนานวิทยา แอสคลีเพียส เป็นบุตรของเทพเจ้าอะพอลโล ที่เกิดกับโคโรนิส เมื่ออะพอลโลไม่อยู่ โคโรนิส ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ ได้นอกใจตกหลุมรัก อิสคิส (Ischys) บุตรของอีลาตัส (Elatus) เมื่ออะพอลโลรู้เข้าด้วยความโกรธและเสียใจจึงส่ง อาร์ทิมิส ผู้เป็นพี่สาวไปฆ่านางเสีย ขณะที่ร่างของโคโรนิสกำลังจะถูกเผา อะพอลโลรู้สึกตัวว่าในท้องของนางมีทารกอยู่จึงให้ อาร์ทิมิส นำทารกในครรภ์ออกมาและนำไปให้ ไครอน ซึ่งเป็นเซนทอร์เลี้ยงที่หุบเขาเพลิออน jumbo jili…

Continue Reading