เกวตซัลโกอัตล์

เกวตซัลโกอัตล์ เป็นเทพผู้สร้างโลกในคติความเชื่อของชาวอินเดียนแดง เป็นผู้สร้างมนุษย์และเป็นเทพผู้เป็นใหญ่ในโลกแห่งความตาย รูปลักษณ์เป็นรูปงูใหญ่ ในตำนานของชาวอินเดียนแดงกล่าวว่าเทพองค์นี้ได้ลงมายังโลกมนุษย์และสร้างมนุษย์จากกองกระดูกในโลกกลุ่มชนพื้นเมืองอเมริกันในสหรัฐอเมริกา (อังกฤษ Native Americans in the United States) เป็นวลีที่หมายถึงชนพื้นเมืองในทวีปอเมริกาจากทวีปอเมริกาเหนือที่รวมแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐอเมริกาและบางส่วนของอะแลสกาและฮาวาย ที่ประกอบด้วยกลุ่มชนพื้นเมืองอเมริกันหลายกลุ่มที่เป็นชนเผ่าอินเดียน (Indian tribe) แต่เป็นคำที่ถือว่าไม่สุภาพต่อคนหลายคนที่รวมทั้งรัสเซลล์ มีนส์นักปฏิกิริยาของขบวนการอเมริกันอินเดียน (American Indian Movement) ตามความเห็นของมีนส์ “ในการสัมนานานาชาติของอินเดียนจากทวีปอเมริกาที่กรุงเจนีวาในสวิตเซอร์แลนด์ที่สหประชาชาติ ใน ค.ศ. 1977 เราเห็นพ้องกันว่าเราจะใช้คำว่า “อเมริกันอินเดียน” ผู้อื่นที่สนับสนุนการใช้คำว่า “Native American” (ชนพื้นเมืองอเมริกัน) ไม่เห็นความสำคัญของการใช้คำและอ้างว่า “การตกลงเป็นเอกฉันท์มิได้เกิดขึ้นระหว่างสมาชิกที่เป็นชนพื้นเมืองเกี่ยวกับชื่อที่ต้องการที่จะใช้” “ชนพื้นเมืองอเมริกัน” บางครั้งก็เรียกว่า “อินเดียน” “อเมริกันอินเดียน” “แอบบอริจินัลอเมริกัน” “อเมรินเดียน” “อเมรินด์” “ชนผิวสี” (Colored) “อเมริกันแรก” “ชนพื้นเมือง” “อเมริกันดั้งเดิม” “อินเดียนแดง” และ “คนผิวแดง” การยึดอเมริกาเป็นอาณานิคมของชาวยุโรปนำมาซึ่งความขัดแย้งและการปรับความสัมพันธ์ระหว่างสังคมของโลกเก่า และ โลกใหม่เป็นเวลาหลายร้อยปี บันทึกตามลายลักษณ์อักษรทางประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับชนพื้นเมืองเขียนโดยชาวยุโรปหลังจากที่ได้พบกันเป็นครั้งแรก สังคมของชาวพื้นเมืองอเมริกันดำรงชีวิตอยู่ด้วยการล่าสัตว์และเกษตรกรรมแบบยังชีพ (subsistence) ซึ่งเป็นคุณค่าที่แตกต่างจากระบบคุณค่าของชาวยุโรปที่เข้ามาจับจองดินแดน ความแตกต่างทางวัฒนธรรมของชนสองกลุ่มและการสับเปลี่ยนความเป็นพันธมิตรระหว่างกันต่อกันภายในแต่ละกลุ่มนำไปสู่ความเข้าใจผิดต่าง ๆ และความขัดแย้งทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้น

jumbo jili

ประมาณกันประชากรพรี-โคลัมเบียของที่ที่ปัจจุบันคือสหรัฐอเมริกามีระหว่าง 1 ถึง 18 ล้านคน[ หลังจากอาณานิคมก่อการปฏิวัติต่อเกรตบริเตนได้สำเร็จและก่อตัวขึ้นเป็นสหรัฐอเมริกาแล้วปรัชญาเทพลิขิต (Manifest destiny) ก็กลายเป็นส่วนสำคัญของขบวนการชาตินิยมอเมริกัน ในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 จอร์จ วอชิงตัน และ เฮนรี น็อกซ์เกิดความคิดที่จะสร้าง “ความมีวัฒนธรรม” ให้แก่ชาวพื้นเมืองอเมริกันโดยการเตรียมการมอบสิทธิการเป็นพลเมืองอเมริกันให้ การกลืนชาติ (Assimilation) (ไม่ว่าจะด้วยความเต็มใจเช่นในกรณีของเผ่าชอคทอว์ or forced) กลายมาเป็นนโยบายหลักของคณะผู้บริหารสหรัฐอเมริกาต่อมา เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ชาวพื้นเมืองอเมริกันทางตอนใต้สุดของสหรัฐอเมริกาถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐานออกจากที่ตั้งถิ่นฐานเดิมเพื่อปล่อยที่ดินให้กับการขยายตัวของสหรัฐอเมริกา เมื่อมาถึงสงครามกลางเมืองอเมริกา ชาติชนพื้นเมืองอเมริกันหลายชาติก็ถูกอพยพไปอยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำมิสซิสซิปปี การโยกย้ายก็มิได้เป็นไปอย่างสงบเสมอไปการต่อต้านที่เกิดขึ้นที่เรียกว่าสงครามอินเดียนดำเนินต่อมาจนถึงคริสต์ทศวรรษ 1890 ชาวพื้นเมืองอเมริกันในปัจจุบันมีความสัมพันธ์ที่เป็นเอกลักษณ์กับสหรัฐอเมริกา ชาวพื้นเมืองอเมริกันอาจจะเป็นสมาชิกของชาติ เผ่า หรือกลุ่มชาวพื้นเมืองอเมริกันผู้มีฐานะเป็นรัฐที่เป็นอิสระจากรัฐบาลของสหรัฐอเมริกา สังคมและวัฒนธรรมของชาวพื้นเมืองอเมริกันยังคงมีความรุ่งเรืองอยู่ท่ามกลางประชาชนอเมริกันที่มีเชื้อสายอื่น ๆ เช่นชาวแอฟริกัน ชาวเอเชีย ชาวตะวันออกกลาง และ ชาวยุโรป ชาวพื้นเมืองอเมริกันที่ยังไม่มีสัญชาติอเมริกันก็มาได้รับสัญชาติตามรัฐบัญญัติว่าด้วยสัญชาติอเมริกันสำหรับชาวอินเดียน ค.ศ. 1924 (Indian Citizenship Act of 1924) ที่ได้รับการอนุมัติโดยรัฐสภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกาการยึดอเมริกาเป็นอาณานิคมของชาวยุโรปนำมาซึ่งความขัดแย้งและการปรับความสัมพันธ์ระหว่างสังคมของโลกเก่า และ โลกใหม่เป็นเวลาหลายร้อยปี บันทึกตามลายลักษณ์อักษรทางประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับชนพื้นเมืองเขียนโดยชาวยุโรปหลังจากที่ได้พบกันเป็นครั้งแรก สังคมของชาวพื้นเมืองอเมริกันดำรงชีวิตอยู่ด้วยการล่าสัตว์และเกษตรกรรมแบบยังชีพ (subsistence) ซึ่งเป็นคุณค่าที่แตกต่างจากระบบคุณค่าของชาวยุโรปที่เข้ามาจับจองดินแดน ความแตกต่างทางวัฒนธรรมของชนสองกลุ่มและการสับเปลี่ยนความเป็นพันธมิตรระหว่างกันต่อกันภายในแต่ละกลุ่มนำไปสู่ความเข้าใจผิดต่าง ๆ และความขัดแย้งทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้น

สล็อต

ประมาณกันประชากรพรี-โคลัมเบียของที่ที่ปัจจุบันคือสหรัฐอเมริกามีระหว่าง 1 ถึง 18 ล้านคน หลังจากอาณานิคมก่อการปฏิวัติต่อเกรตบริเตนได้สำเร็จและก่อตัวขึ้นเป็นสหรัฐอเมริกาแล้วปรัชญาเทพลิขิต (Manifest destiny) ก็กลายเป็นส่วนสำคัญของขบวนการชาตินิยมอเมริกัน ในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 จอร์จ วอชิงตัน และ เฮนรี น็อกซ์เกิดความคิดที่จะสร้าง “ความมีวัฒนธรรม” ให้แก่ชาวพื้นเมืองอเมริกันโดยการเตรียมการมอบสิทธิการเป็นพลเมืองอเมริกันให้ การกลืนชาติ (Assimilation) (ไม่ว่าจะด้วยความเต็มใจเช่นในกรณีของเผ่าชอคทอว์, or forced) กลายมาเป็นนโยบายหลักของคณะผู้บริหารสหรัฐอเมริกาต่อมา เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ชาวพื้นเมืองอเมริกันทางตอนใต้สุดของสหรัฐอเมริกาถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐานออกจากที่ตั้งถิ่นฐานเดิมเพื่อปล่อยที่ดินให้กับการขยายตัวของสหรัฐอเมริกา เมื่อมาถึงสงครามกลางเมืองอเมริกา ชาติชนพื้นเมืองอเมริกันหลายชาติก็ถูกอพยพไปอยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำมิสซิสซิปปี การโยกย้ายก็มิได้เป็นไปอย่างสงบเสมอไปการต่อต้านที่เกิดขึ้นที่เรียกว่าสงครามอินเดียนดำเนินต่อมาจนถึงคริสต์ทศวรรษ 1890 ชาวพื้นเมืองอเมริกันในปัจจุบันมีความสัมพันธ์ที่เป็นเอกลักษณ์กับสหรัฐอเมริกา ชาวพื้นเมืองอเมริกันอาจจะเป็นสมาชิกของชาติ เผ่า หรือกลุ่มชาวพื้นเมืองอเมริกันผู้มีฐานะเป็นรัฐที่เป็นอิสระจากรัฐบาลของสหรัฐอเมริกา สังคมและวัฒนธรรมของชาวพื้นเมืองอเมริกันยังคงมีความรุ่งเรืองอยู่ท่ามกลางประชาชนอเมริกันที่มีเชื้อสายอื่น ๆ เช่นชาวแอฟริกัน ชาวเอเชีย ชาวตะวันออกกลาง และ ชาวยุโรป ชาวพื้นเมืองอเมริกันที่ยังไม่มีสัญชาติอเมริกันก็มาได้รับสัญชาติตามรัฐบัญญัติว่าด้วยสัญชาติอเมริกันสำหรับชาวอินเดียน ค.ศ. 1924 (Indian Citizenship Act of 1924) ที่ได้รับการอนุมัติโดยรัฐสภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกากลุ่มชนพื้นเมืองอเมริกันในสหรัฐอเมริกา (อังกฤษ Native Americans in the United States) เป็นวลีที่หมายถึงชนพื้นเมืองในทวีปอเมริกาจากทวีปอเมริกาเหนือที่รวมแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐอเมริกาและบางส่วนของอะแลสกาและฮาวาย ที่ประกอบด้วยกลุ่มชนพื้นเมืองอเมริกันหลายกลุ่มที่เป็นชนเผ่าอินเดียน (Indian tribe) แต่เป็นคำที่ถือว่าไม่สุภาพต่อคนหลายคนที่รวมทั้งรัสเซลล์ มีนส์นักปฏิกิริยาของขบวนการอเมริกันอินเดียน (American Indian Movement) ตามความเห็นของมีนส์ “ในการสัมนานานาชาติของอินเดียนจากทวีปอเมริกาที่กรุงเจนีวาในสวิตเซอร์แลนด์ที่สหประชาชาติ ใน ค.ศ. 1977 เราเห็นพ้องกันว่าเราจะใช้คำว่า “อเมริกันอินเดียน” ผู้อื่นที่สนับสนุนการใช้คำว่า “Native American” (ชนพื้นเมืองอเมริกัน) ไม่เห็นความสำคัญของการใช้คำและอ้างว่า “การตกลงเป็นเอกฉันท์มิได้เกิดขึ้นระหว่างสมาชิกที่เป็นชนพื้นเมืองเกี่ยวกับชื่อที่ต้องการที่จะใช้” “ชนพื้นเมืองอเมริกัน” บางครั้งก็เรียกว่า “อินเดียน” “อเมริกันอินเดียน” “แอบบอริจินัลอเมริกัน” “อเมรินเดียน” “อเมรินด์” “ชนผิวสี” (Colored“อเมริกันแรก” “ชนพื้นเมือง” “อเมริกันดั้งเดิม” “อินเดียนแดง” และ “คนผิวแดง”

สล็อตออนไลน์

หลังจากเสียอิทธิพลในฝั่งอิตาลีไปแล้ว ไบแซนไทน์ก็มีอาณาเขตเล็กลงมาก นอกจากนั้นภายในไบแซนไทน์ก็เกิดการแย่งชิงอำนาจกันอย่างไม่สิ้นสุด หลังจากที่แย่งชิงกันอยู่ถึง 4 ปี สุดท้าย อเล็กเซียส คอมมินุส ซึ่งเป็นขุนนางทหารก็ได้เป็นจักรพรรดิเมื่อจักรวรรดิถูกปิดล้อมทั้งตะวันตกโดยชาวนอร์แมน และทางตะวันออกโดยเซลจุกเติร์กทำให้จักรพรรดิ อเล็กเซียสที่ 1 (ค.ศ. 1081-1811) ต้องไปขอความช่วยเหลือจากพวกเวนิส โดยที่พระองค์ต้องยอมตกลงตามข้อเรียกร้องของ

jumboslot

เวนิส โดยการให้สิทธิการค้าในกรุงคอนสแตนติโนเปิลและที่อื่น ๆ ในไบแซนไทน์ ซึ่งข้อตกลงนี้เองทำให้ชาวเวนิสกลายมาเป็นพ่อค้าสำคัญในด้านตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในเวลาต่อมา สงครามครูเสด การรุกรานของชนทั้งสองต่อไบแซนไทน์ก็ยังไม่สิ้นสุดลงจนกระทั่งจักรพรรดิอเล็กเซียสที่ 1 จำต้องขอความชั่วเหลือไปยังสมเด็จพระสันตะปาปา โดยยกขออ้างให้ช่วยเหลือเมืองเยรูซาเล็ม ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกเติร์กยึดครองไปตั้งแต่ ค.ศ. 1077 และกองทัพครูเสดครั้งที่ 1 ก็ถูกส่งเข้ามา

slot

Tagged , , , ,