อาเทน

อาเทน (อังกฤษ Aten) เป็นสุริยเทพพระองค์หนึ่ง ได้รับการนับถือมากในสมัยฟาโรห์อเมนโฮเตปที่ 4 ที่ต้องการเปลี่ยนให้ชาวอียิปต์นับถือเทพอาเทนเพียงพระองค์เดียว ทรงเปลี่ยนพระนามของพระองค์เป็นแอเคนาเทนและสร้างเมืองอเคทาเทนเป็นเมืองหลวงใหม่ถวายแด่เทพเจ้าพระองค์นี้ อาเทนเป็นเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองธีบส์ มีรูปเป็นบุรุษเพศ เศียรประดับศิราภรณ์รูปขนนกยาว ยุคหลังพระนามเพี้ยนเป็น อาตอน หรือ อาเทน ในยุคของฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่ 4 ได้ทรงพยายามให้คนอียิปต์ทั้งมวลหันมาเคารพเทพอาเทนเพียงองค์เดียว ซึ่งนับเป็นความพยายามในการปฏิรูปความเชื่อครั้งยิ่งใหญ่ โดยฟาโรห์เองได้เปลี่ยนพระนามเป็น แอเคนาเทน (Akhenaten) และฟาโรห์องค์ต่อมาก็ทรงพระนามที่เกี่ยวข้อง คือ ตุตันคาเมน เป็นต้น อาเทน หรืออามุน ถือเป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์ ได้ถูกนำมารวมกับ รา หรือ เร กลายเป็นสุริยเทพซึ่งเป็นใหญ่เหนือเทพทั้งปวงแอเคนาเทน (Akhenaten, Ikhnaton, Akhenaton, Ikhnaton, Khuenaten) หรือ แอเมนโฮเทปที่ 4 (Amenhotep IV) หรือ อาเมโนฟิสที่ 4 (Amenophis IV) เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 10 แห่งราชวงศ์ที่สิบแปดแห่งอียิปต์ (Eighteenth dynasty) ฟาโรห์แอเคนาเทน มีพระมเหสีที่เป็นราชินีที่มีชื่อเสียงโด่งดัง คือ ราชินีเนเฟอร์ติติ (Nefertiti) และพระราชโอรสที่มีชื่อเสียงอีกเช่นกัน คือ ฟาโรห์ทุตอังค์อามุน (Tutankhamun)

jumbo jili

ฟาโรห์แอเคนาเทน ขึ้นครองราชย์ระหว่าง 1350 ปีก่อนคริสต์ศักราช และครองราชย์อยู่นาน 17 ปี ปัจจุบัน นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า พระองค์เป็นฟาโรห์องค์แรกที่ปฏิวัติความเชื่อในอาณาจักรอียิปต์ พระองค์ทรงนับถือพระเจ้าเพียงองค์เดียว คือ อาเตน (Aten) (สุริยเทพ สันนิษฐานว่าเป็นไปได้ว่าอาจเป็นองค์เดียวกับ รา) ถึงขนาดสร้างเมืองใหม่ที่ชื่อ อมาน่า (Amarna) ที่มีศาสนสถานขนาดใหญ่เพื่อบูชาเทพอาเตน พร้อมกับเปลี่ยนพระนามใหม่เป็น แอเคนาเทน ด้วย เพื่อให้เชื่อมโยงกับคำว่า อาเตน (แอเคนาเทน แปลว่า มีประโยชน์ต่ออาเตน) ซึ่งนักประวัติศาสตร์เชื่อว่า การที่นับถือเทพเจ้าเพียงองค์เดียวของพระองค์นั้น เป็นแรงบันดาลใจให้โมเสสเป็นกบฏต่อฟาโรห์แรเมซีสที่ 2 (Ramesses II) ในอีกราว 50 ปี ต่อมา ที่วิหารและราชวังในเมือง อะมานา พระองค์ได้สร้างศิลปกรรมฝาผนังไว้อย่างงดงาม ที่มีบทสรรเสริญเทพอาเตน แต่เมื่อพระองค์สวรรคตลง เมืองอมาน่าแห่งนี้ก็ได้ถูกทิ้งร้างทันที ทายาทรุ่นหลังได้ทำลายวิหารและบทสรรเสริญเหล่านี้เสีย รวมทั้งได้ประนาณพระองค์และทำลายรูปสลักพระพักตร์ของพระองค์ด้วย ซึ่งเชื่อว่า ทั้งนี้เป็นเพราะต้องการทำลายหลักความเชื่อของการนับถือเทพเจ้าองค์เดียว (Monotheism)

สล็อต

คัมภีร์พระเวทแต่งขึ้นจากการเล่าต่อกันมาโดยคนที่ใช้ภาษาอินโดอารยันเก่าที่อพยพจากทางตอนเหนือของภูมิภาคของอนุทวีปอินเดีย สังคมยุคพระเวทเป็นสังคมชายนำและสืบทอดตำแหน่งโดยฝ่ายชาย ต้นยุคพระเวทอารยันเป็นสังคมยุคสัมฤทธิ์ตอนปลายมีจุดศูนย์กลางบริเวณภูมิภาคปัญจาบ มีรูปแบบเป็นชนเผ่ามากกว่าจะเป็นราชอาณาจักร และสืบทอดตำแหน่งโดยฝ่ายชาย ต่อมาช่วงราว 1200–1000 ปีก่อนคริสตกาล ยุคพระเวทอารยันเริ่มขยายตัวไปทางทิศตะวันออกไปถึงทางตะวันตกของที่ราบลุ่มแม่น้ำคงคา และได้รับเครื่องมือทำจากเหล็ก ทำให้มีการถางป่าและมีการตั้งถิ่นฐานมากขึ้น มีสังคมกสิกรรม ในช่วงครึ่งหลังของยุคนี้มีการเกิดขึ้นของเมืองเล็ก ๆ ราชอาณาจักร และสังคมอันแบ่งแยกชนชั้นอย่างชัดเจนในอินเดีย รวมถึงประมวลเกี่ยวกับพิธีกรรมการบวงสรวงดั้งเดิมของราชอาณาจักรกุรุ ในช่วงนี้บริเวณตอนกลางที่ราบลุ่มแม่น้ำคงคาปกครองโดยกลุ่มที่ไม่ใช่วัฒนธรรมพระเวทอินโดอารยัน พอสิ้นสุดยุคพระเวทมีการเกิดเป็นนครใหญ่ ๆ และแคว้นใหญ่ ๆ ที่เรียกว่า มหาชนบท รวมถึงความเจริญรุ่งเรืองของขบวนการสมณะ (รวมถึงศาสนาพุทธและศาสนาเชน) ที่เข้ามาแข่งขันกับความเชื่อดั้งเดิมของยุคพระเวท ที่ราบลุ่มแม่น้ำสินธุ-คงคา (อังกฤษ Indo-Gangetic Plain หรือ Indus-Ganga Plain) หรือ ที่ราบลุ่มแม่น้ำตอนเหนือของอินเดีย (North Indian River Plain) เป็นที่ราบอันอุดมสมบูรณ์ พื้นที่ 630 ล้านเอเคอร์ (2.5 ล้านตารางกิโลเมตร) บริเวณทางเหนือของเอเชียใต้ ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคเหนือและภาคตะวันออกของประเทศอินเดีย ส่วนตะวันออกของประเทศปากีสถาน พื้นที่ทั้งหมดของประเทศบังกลาเทศและที่ราบทางทิศใต้ของประเทศเนปาล ชื่อเรียกตั้งตามแม่น้ำสินธุและแม่น้ำคงคา และยังครอบคลุมพื้นที่เมืองขนาดใหญ่ด้วย ที่ราบมีขอบเขตทิศเหนือติดกับเทือกเขาหิมาลัยซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำหลายสายและตะกอนน้ำพาที่อุดมสมบูรณ์จากแม่น้ำสองสายนี้ ที่ราบบริเวณปลายทิศใต้ คือบริเวณที่ราบสูงโชตนาคปุระ และทางทิศตะวันตกติดกับที่ราบสูงอิหร่าน

สล็อตออนไลน์

จักรวรรดิออตโตมันมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองบูร์ซา เดิมชื่อเมืองโพรอุสซา (Proussa) ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 14 ออสมานได้ยกกำลังมาปิดล้อมเมืองนี้แต่ไม่สามารถยึดเมืองได้ หลังจากที่พยายามปิดล้อมเมืองอยู่นานเกือบ 10 ปี อย่างไรก็ดี ในปี พ.ศ. 1869 (ค.ศ. 1326) ชาวเมืองโพรอุสซา ได้ยอมแพ้ต่อ ออร์ฮัน (Orhan) โอรสของออสมาน ซึ่งได้ขันมาเป็นผู้นำแทนบิดา การเข้ายึดครองเมืองดังกล่าวนี้ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญต่อออตโตมัน ออตโตมันเติร์กซึ่งเดิมเป็นชนเผ่าเร่ร่อนได้ลงหลักปักฐานที่เมืองนี้ พรัอมกับยุติการใช้ชีวิตแบบเร่ร่อน เมืองบูร์ซ่าเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรออตโตมันเติร์ก จนถึงปี พ.ศ. 1905 ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของสุลต่านออร์ฮัน เมืองหลวงของออตโตมันก็ถูกย้ายไปเมืองเอดิร์เน (Edirne) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของนครคอนสแตนติโนเปิล อาณาจักรออตโตมันตั้งประชิดติดกับอาณาจักรไบแซนไทน์ ที่กำลังเสื่อมอำนาจลงตามลำดับ โดยมีดินแดนเหลืออยู่เพียงกรุงคอนสแตนติโนเปิลและอาณาบริเวณโดยรอบเท่านั้น ซึ่งมีสภาพไม่ต่างอะไรไปจากนครเล็ก ๆ ที่ถูกล้อมรอบโดยอาณาจักรออตโตมัน ที่กำลังเข้มแข็งมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไรก็ดีนครรัฐไบแซนไทน์ก็ยังสามารถยืนหยัดอยู่ได้ โดยอาศัยกำแพงเมืองสูงใหญ่เป็นปราการป้องกันตนเอง กำแพงแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิธีโอดอซิอุสที่ 2 (Theodosius II) กำแพงแห่งนี้ได้ปกป้องคุ้มครองนครคอนสแตนติโนเปิลจากการปิดล้อมและโจมตีของออตโตมันเติร์ก ซากของกำแพงในปัจจุบันจัดเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของจักรวรรดิไบแซนไทน์ ที่ยังหลงเหลือให้เห็นจนกระทั่งทุกวันนี้และได้รับการยกย่องจาอองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก

jumboslot

slot

Tagged , , , ,