มาร์ดุก

มาร์ดุก (อักษรรูปลิ่ม 𒀭𒀫𒌓 dAMAR.UTU ภาษาซูเมอร์ amar utu.k บุตรแห่งพระอาทิตย์ ภาษากรีก Μαρδοχαῖος,Mardochaios ภาษาฮีบรู מְרֹדַךְ, marōḏaḵ) เป็นเทพเมโสโปเตเมียในยุคหลัง มาร์ดุกเป็นเทพประจำเมืองบาบิโลน และเป็นเทพแห่งน้ำ พืชพันธุ์ การพิพากษา และเวทมนตร์ พระองค์เป็นโอรสของเทพอีอา (เองกีในซูเมอร์) กับดัมกัลนูนา มีพระชายาคือซาปาร์นิต และมีโอรสคือเนโบ เทพแห่งปัญญาและการรู้หนังสือ มีอาวุธประจำกายคืออาวุธแห่งสายลมอิมฮุลลู และพาหนะเป็นมังกรมุชคุชชู ในช่วงที่บาบิโลนปกครองโดยพระเจ้าฮัมมูราบี มาร์ดุกมีความเกี่ยวข้องในทางโหราศาสตร์กับดาวพฤหัสบดี ที่มาของพระนามมาร์ดุกมาจาก amar-Utu (บุตรผู้เป็นอมตะของอูตู หรือ บุตรเยาว์วัยของสุริยเทพอูตู) สะท้อนถึงที่มาหรือความเกี่ยวข้องกับเมืองซิปปาร์ซึ่งมีอูตูเป็นเทพประจำเมือง สถานภาพเดิมของมาร์ดุกยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ภายหลังพระองค์ถูกเชื่อมโยงเข้ากับน้ำ พืชพันธุ์ การพิพากษา และเวทมนตร์ ตามเอนูมาเอลิช ตำนานการถือกำเนิดของบาบิโลเนียกล่าวว่า มาร์ดุกซึ่งเป็นเทพที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่เทพรุ่นหลังได้ทำสงครามกับเทพยุคแรกเริ่มติอามัตเป็นเวลา 12 วันจึงปราบติอามัตลงได้ จากนั้นมาร์ดุกทรงสร้างสวรรค์และโลกจากร่างติอามัต และปรึกษากับเทพอีอาก่อนจะสร้างมนุษย์คนแรกชื่อลัลลูจากชิ้นส่วนเทพที่สนับสนุนติอามัตเพื่อให้เป็นบริวาร ชาวบาบิโลเนียมีการเฉลิมฉลองชัยชนะของมาร์ดุกเหนือติอามัตในเทศกาลแซกมัก หรือวันขึ้นปีใหม่ช่วงเดือนธันวาคมเป็นเวลา 12 วัน โดยกษัตริย์บาบิโลนจะเป็นตัวแทนมาร์ดุก ประกอบพิธีเฮียรอสกามอสและต่อสู้ในการรบแบบจำลอง

jumbo jili

มาร์ดุกเป็นเทพประจำเมืองบาบิโลน เมื่อบาบิโลนกลายเป็นศูนย์กลางอำนาจในหุบเขายูเฟรตีสในรัชสมัยพระเจ้าฮัมมูราบีราวศตวรรษที่ 18 ก่อนคริสตกาล มาร์ดุกค่อย ๆ ก้าวขึ้นมาเป็นเทพสูงสุดของปวงเทพบาบิโลเนีย และแทนที่เทพเอนลิลในฐานะเทพสูงสุดอย่างสมบูรณ์หลังรัชสมัยพระเจ้าเนบูคัดเนสซาร์ที่ 1 ช่วงศตวรรษที่ 12 ก่อนคริสตกาล ต่อมาในสหัสวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล มาร์ดุกได้รับการบูชาในพระนามเบล อันเป็นการผสานเทพมาร์ดุก เทพเอนลิล และเทพดูมูซิด มีการประดิษฐานรูปเคารพมาร์ดุกไว้ที่วิหารอีซากิลาและซิกกุรัตอีเทเมนันกี ซึ่งภายหลังเฮโรโดตัสบันทึกว่าถูกเซิร์กซีสที่ 1 แห่งจักรวรรดิอะคีเมนิดขนย้ายออกไปตอนพระองค์ปราบกบฏในบาบิโลนเมื่อ 482 ปีก่อนคริสตกาล หลังจากนั้นวิหารก็ถูกทิ้งร้างจนกลายเป็นซากปรักหักพังช่วงบาบิโลนตกอยู่ใต้อำนาจจักรวรรดิพาร์เธียราวศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาลฮัมมูราบี (อังกฤษ Hammurabi ประมาณ 1810 – 1750 ปีก่อนคริสตกาลหรือประมาณ 1267-1207 ปีก่อนพุทธกาล) กษัตริย์ชาวอามอไรท์องค์ที่ 6 และเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกแห่งจักรวรรดิบาบิโลน รู้จักกันดีที่สุดในด้านกฎหมายในขณะเดียวกับความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ด้านการทหารที่ทำให้อาณาจักรบาบิโลนมีอำนาจมากที่สุดในแถบเมโสโปเตเมียโดยการเอาชนะพวกซูเมอร์และพวกอัคคาดฮัมมูราบีปกครองจักรวรรดิบาบิโลนตั้งแต่ปี 1792 ก่อนคริสตกาล ในช่วงต้นของการครองราชย์บ้านเมืองค่อนข้างมีความสงบสุข ทรงทำลายและขับไล่กองทัพผู้รุกรานได้แก่ พวกอีลาไมท์และกองทัพอื่น ๆ ออกไปจากอาณาจักรได้อย่างเด็ดขาด และได้ทรงผนวกอาณาจักรลาร์ซาและอาณาจักรยามัตบาล ไว้ในอำนาจเป็นราชอาณาจักรเดียวโดยมีบาบิโลนเป็นศูนย์กลาง ความเฟื่องฟูด้านอักษรศาสตร์ที่รุ่งเรืองตามความเจริญของอาณาจักรบาบิโลนทำให้กฎหมายต่าง ๆ ของกษัตริย์ได้รับการยอมรับไปตลอดชายฝั่งทะเลเมดิเตอเรเนียน มีการค้นพบแผ่นจารึกดินเผาที่เป็นสนธิสัญญาจำนวนมากที่สอบอายุได้ว่าตรงกับสมัยของพระองค์และกษัตริย์ที่ครองราชย์ต่อมา รวมทั้งจดหมายที่มีการลงนามด้วย หนึ่งในจำนวนนั้นมีหนังสือคำสั่งให้เคลื่อนทหารจำนวน 240 นายจากอัสซีเรียและไซทัลลัม ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่าพวกอัสซีเรียเคยตกอยู่ใต้การปกครองของบาบิโลน

สล็อต

ฮัมมูราบีแผ่อำนาจการปกครองของจักรวรรดิบาบิโลนครั้งแรกไปทางใต้ก่อนแล้วจึงขยายขอบเขตครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมดของเมโสโปเตเมีย ชัยชนะอย่างเด็ดขาดทางการทหารเกิดขึ้นค่อนข้างล่าช้าในรัชสมัยของพระองค์ และที่สำเร็จลงได้อาจเป็นเพราะการล่มสลายของอาณาจักรแชมชิ – เอดัดชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของกษัตริย์ฮัมมูราบีได้แก่การประกาศใช้กฎหมายที่เรียกกันว่า ประมวลกฎหมายฮัมมูราบี (Code of Hammurabi) ที่เขียนลงบนสเตลา และติดตั้งไว้ในที่สาธารณะให้คนทั่วไปได้อ่านแม้จะมีคนรู้หนังสือไม่มากก็ตาม แผ่นสเตลานี้ถูกรื้อถอนจากการปล้นสะดมไปไว้ที่เมืองหลวงซูซาของเอลาไมท์ และถูกค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2444 ซึ่งปัจจุบันตั้งแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์ลูฟในกรุงปารีส แม้บทลงโทษตามกฎหมายฮัมมูราบีจะดูว่าโหดเหี้ยมตามความคิดของคนสมัยใหม่ แต่การทำกฎหมายให้เป็นลายลักษณ์อักษรและพยายามใช้บังคับอย่างเป็นระบบกับทุกคน และการ “ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อนจนกว่าจะได้รับการพิสูจน์ว่าผิด” ที่นับเป็นวิวัฒนาการทางอารยธรรมที่สำคัญของมนุษย์ ทฤษฎีใหม่บางทฤษฎีถือว่าการนับกฎหมายฮัมมูราบีให้มีสถานะเป็นประมวลกฎหมายอย่างปัจจุบันนั้นไม่ถูกต้องนัก เพราะความจริงน่าจะนับได้เพียงการเป็นอนุสรณ์ยกย่องว่ากษัตริย์ฮัมมูราบีเป็น “ตัวอย่างกษัตริย์ที่ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม” เท่านั้นเพราะในชีวิตของคนย่อมมีความผิดอย่างอื่นที่ไม่ใช่การลักขโมย
นอกจากกฎหมายแล้ว ฮัมมูราบียังได้ทรงทำให้บาบิโลนเป็นสถานที่สวยงามขึ้นโดยการปรับปรุงระบบชลประทาน ต่อมาในภายหลังจักรวรรดิบาบิโลนล่มสลายลงโดยผู้ปกครองที่สืบต่ออำนาจจากกษัตริย์ฮัมมูราบีได้รับแรงกดดันทางอำนาจจากพวกฮิตไตท์ที่นำโดยกษัตริย์มิวซิลิสที่ 1 แต่โดยความเป็นจริงบาบิโลนถูกครอบครองโดยพวกแคสไซต์ที่นำโดยกษัตริย์อคุมคัครีน ซึ่งได้ปกครองบาบิโลนต่อมาอีก 400 ปีโดยที่ยังยอมรับและใช้ประมวลกฎหมายฮัมมูราบีสืบต่อมา

สล็อตออนไลน์

ตำแหน่งอัครบิดรเดิมมี 5 ตำแหน่ง ประกอบด้วยสมเด็จพระสันตะปาปาซึ่งเป็นอัครบิดรแห่งโรม อัครบิดรแห่งคอนสแตนติโนเปิล อัครบิดรแห่งอะเล็กซานเดรีย อัครบิดรแห่งแอนติออก และอัครบิดรแห่งเยรูซาเลม ในปี ค.ศ. 1054 เกิดศาสนเภทรตะวันออก-ตะวันตก (East-West Schism) ทำให้คริสตจักรแยกออกเป็นเขตอัครบิดรที่ใช้ภาษาละติน คือนิกายโรมันคาทอลิกในปัจจุบัน และสี่เขตอัครบิดรที่ใช้ภาษากรีกซึ่งเป็นนิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ในปัจจุบัน ส่วนอัครบิดรแห่งแอนติออกย้ายสำนักไปตั้งที่ดามัสกัสในคริสต์ศตวรรษที่ 13 ในระหว่างสมัยการปกครองของพวกมามลุคชาวอียิปต์ผู้มาพิชิตซีเรีย แม้ว่าจะตั้งอยู่ในดามัสกัสแล้ว แต่ตำแหน่งนี้ก็ยังเรียกว่าอัครบิดรแห่งแอนติออก ตำแหน่งอัครบิดรของออร์ทอดอกซ์ทั้งสี่ อันได้แก่ คอนสแตนติโนเปิล อะเล็กซานเดรีย แอนติออก และเยรูซาเลม และหนึ่งตำแหน่งทางตะวันตกในกรุงโรมถือกันว่าเป็นตำแหน่ง “ผู้อาวุโส” (กรีก πρεσβυγενή หรือ παλαίφατα หรือ “ผู้เกิดก่อน” of ancient fame) โดยแต่ละ

jumboslot

ตำแหน่งก็มีหนึ่งในอัครทูตเป็นอัครบิดรองค์แรก ได้แก่ นักบุญอันดรูว์ นักบุญมาระโกผู้นิพนธ์พระวรสาร นักบุญซีโมนเปโตร นักบุญยากอบผู้ชอบธรรม และนักบุญเปโตรอีกครั้งตามลำดับ
ในบางประเทศให้เขตอัครบิดร (Patriarchate) มีสถานะเป็นนิติบุคคลคือถือว่าเป็นบรรษัท (corporation) แบบหนึ่ง สามารถดำเนินการฟ้องร้องคดีในศาลได้

slot

Tagged , , , ,