โอซีอานัส

โอซีอานัส (อังกฤษ Oceanus, /oʊˈsiənəs/ กรีก Ωκεανός, Okeanos) เป็นระบบที่เชื่อมต่อกันของแหล่งน้ำ เขตน่านน้ำ และมหาสมุทรของโลก (world-ocean) ในยุคสมัยคลาสสิกโบราณซึ่งชาวโรมันและชาวกรีกโบราณคิดว่ามันคือแม่น้ำขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบโลกอยู่ ตามตำนานเทพปกรณัมกรีก มีไททันตนหนึ่งใช้เป็นบุคลาธิษฐานแทนแหล่งน้ำนี้ ไททันตนนี้เป็นพระโอรสของไททันยูเรนัส (Uranus) และเทพีไกอา (Gaia) ผลงานศิลปแบบโมเสคของเฮเลนนิสต์และโรมันมักออกแบบไททันตนนี้ให้มีช่วงบนของร่างเป็นชายร่างบึกบึน มีหนวดเครายาวรุงรัง และเขา ส่วนช่วงล่างจะเป็นร่างของงูเซอร์เพนท์ (serpent) ในภาพวาดบนชิ้นส่วนจากเครื่องปั้นในช่วงประมาณ 580 ปีก่อนคริสตกาล ในกลุ่มเทพที่เข้าร่วมงานวิวาห์ของกษัตริย์เพเลอุซ (Peleus) และนิมฟ์ทะเลเธทิส (Thetis) ไททันโอเซียเนิสมีหางเป็นปลา ในมือขวาถือ terd และมือซ้ายถืองูเซอร์เพนท์ ซึ่งสองสิ่งนี้เป็นของขวัญแห่งความมั่งคั่งและคำทำนาย ในผลงานโมเสคโรมัน ก็มีภาพไททันโอซีอานัสถือไม้พายและอุ้มเรือด้วยเช่นกันดาวเคราะห์ (กรีก πλανήτης อังกฤษ planet หรือ ผู้พเนจร) คือวัตถุขนาดใหญ่ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ ก่อนคริสต์ทศวรรษ 1990 มีดาวเคราะห์ที่เรารู้จักเพียง 8 ดวง (ทั้งหมดอยู่ในระบบสุริยะ) ปัจจุบันเรารู้จักดาวเคราะห์ใหม่อีกมากกว่า 100 ดวง ซึ่งเป็นดาวเคราะห์นอกระบบ คือ โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงอื่นที่ไม่ใช่ดวงอาทิตย์ ในปี พ.ศ. 2549 สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล…

Continue Reading

แอตลัส (เทพปกรณัม)

แอตลัส (อังกฤษ Atlas, ออกเสียง /ˈætləs/) เป็นหนึ่งในเหล่าไททันที่ก่อกบฏในสงครามไททัน หลังจากที่พ่ายแพ้ต่อเหล่าเทพโอลิมเปียแล้ว แอตลัสก็ถูกลงโทษให้เป็นผู้แบกท้องฟ้า (บางตำนานว่าเป็นโลก) ไว้บนบ่า แอตลัสเป็นผู้ช่วยให้เฮอร์คิวลีสสามารถทำภารกิจสำเร็จหนึ่งภารกิจ นั่นคือการไปนำแอปเปิลทองคำของเฮสเพริดีสมาให้กษัตริย์ เพราะแอตลัสเป็นบิดาของพวกเฮสเพริดีส และเป็นเพียงผู้เดียวที่จะสามารถไปนำแอปเปิลทองคำเหล่านั้นมาได้ เฮอร์คิวลีสได้อาสาแบกท้องฟ้า (โลก) ไว้จนกว่าแอตลัสจะนำแอปเปิลมาได้ประมวลเรื่องปรัมปรากรีก (กรีกโบราณ ΜΥΘΟΛΟΓΊΑ ΕΛΛΗΝΙΚΉ) เป็นประมวลเรื่องปรัมปราของอารยธรรมกรีกโบราณ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับนิทานปรัมปราและตำนานที่เกี่ยวข้องกับเทพเจ้า, วีรบุรุษ, ธรรมชาติของโลก รวมถึงจุดกำเนิดและความสำคัญของขนบ คติและจารีตพิธีในทางศาสนาของชาวกรีกโบราณ ประมวลเรื่องปรัมปรากรีกเป็นส่วนหนึ่งของศาสนาในกรีซโบราณ นักวิชาการสมัยใหม่มักอ้างถึงและศึกษาเรื่องปรัมปราเหล่านี้ เพื่อที่จะทราบเกี่ยวกับสถาบันทางศาสนา, สถาบันทางการเมืองในกรีซโบราณ, อารยธรรมของชาวกรีก และเพื่อเพิ่มความเข้าใจในธรรมชาติของการสร้างตำนานประมวลเรื่องปรัมปราขึ้น jumbo jili ประมวลเรื่องปรัมปรากรีกรวบรวมขึ้นจากเรื่องเล่าและศิลปะที่แสดงออกในวัฒนธรรมกรีก เช่น การระบายสีแจกันและของแก้บน ตำนานกรีกอธิบายถึงการถือกำเนิดของโลก และรายละเอียดของเรื่องราวในชีวิต และการผจญภัยของบรรดาเทพเจ้า เทพธิดา วีรบุรุษ วีรสตรี และสิ่งมีชีวิตในตำนานอื่น ๆ ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ในตอนแรกเป็นเพียงการสืบทอดผ่านบทกวีตามประเพณีมุขปาฐะเท่านั้น ซึ่งอาจสืบย้อนหลังไปได้ถึงสมัยไมนอส และสมัยไมซีนี ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ก่อนค.ศ. แต่ปัจจุบันเรื่องราวปรัมปราเหล่านี้ เราทราบจากวรรณกรรมกรีกโบราณทั้งสิ้ วรรณกรรมกรีกที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่รู้จักกันคือ มหากาพย์ อีเลียด และ โอดิสซีย์ ของโฮเมอร์ ซึ่งจับเรื่องราวเหตุการณ์ในระหว่างสงครามเมืองทรอย…

Continue Reading

เอพิมีเทียส

เอพิมีเทียส (อังกฤษ Epimetheus, ออกเสียง /ˌɛpɨˈmiːθiəs/ กรีก Ἐπιμηθεύς) เป็นไททันซึ่งเป็นน้องชายฝาแฝดของโพรมีเทียสและเป็นสามีของแพนโดรา (สตรีนางแรก) เขาและโพรมีเทียสพี่ชายเป็นเสมือนตัวแทนของมนุษย์ และมีบุคลิกที่ตรงกันข้ามกัน โพรมีเทียสเป็นผู้มีปัญญาและมีวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ในขณะที่เอพิมีเทียส (ที่แปลว่า การทำก่อนคิด) นั้นเบาปัญญาและมีวิสัยทัศน์ที่แคบ ครั้งที่มหาเทพซูสมีพระประสงค์จะให้มีสิ่งมีชีวิตบนโลก เอพิมีเทียสขอรับมอบหมายให้เป็นผู้ประสาทพรแก่สรรพสัตว์ ให้นกบินได้ แมวล่าหนู สิงโตเป็นเจ้าป่า ฯลฯ ด้วยนิสัยที่ชอบทำก่อนคิด ตนเกิดให้พรจนหมด พอโพรมีเทียสสร้างมนุษย์ปรากฏว่าไม่มีพรเหลืออยู่แล้ว โพรมีเทียสจึงให้พรด้วยตนเอง (บางตำราก็ว่าอะทีนาเป็นผู้ประสาทพรให้) หลังจากที่โพรมีเทียสได้ขโมยไฟไปให้มวลมนุษย์ ซูสได้วางแผนที่จะแก้แค้นเขาด้วยการสร้างสตรีนางแรกขึ้นเพื่อแก้แค้นพวกมนุษย์ซึ่งในขณะนั้นมีแต่ผู้ชาย เหล่าเทพเจ้าทุกพระองค์ได้มอบของขวัญล้ำค่าให้นาง และนางเป็นผู้มีรูปโฉมสะคราญตาจนไม่มีใครปฏิเสธได้ นางได้รับการขนานนามว่า แพนโดรา หรือที่แปลว่า ของขวัญทั้งมวล ซูสได้มอบนางให้เป็นของขวัญแก่โพรมีเทียสแต่เขาปฏิเสธเพราะรู้ว่าสตรีจะนำความวิบัติมาให้ แต่เอพะมีธีเอิสผู้เบาปัญญารับนางเป็นภรรยา และก่อให้เกิดความพินาศในหมู่มนุษย์ในเวลาต่อมา jumbo jili ซูสมอบไหปิดผนึกใบหนึ่งให้กับแพนโดรา โดยที่นางไม่ทราบเลยว่าไหใบนั้นบรรจุความชั่วร้ายทั้งปวงไว้ ความอยากรู้อยากเห็นทำให้แพนโดราเปิดไหออกและปลดปล่อยความชั่วร้ายออกมาในโลกด้วยความตกใจแพนโดราจึงรีบปิดไหและกักขัง เอลพิส จิตวิญาณแห่งความสิ้นหวังเอาไว้แพนโดรา (อังกฤษ Pandora) เป็นสตรีนางแรกบนโลกมนุษย์และเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดเพราะเป็นผู้หญิงคนเดียวบนโลก ผู้ซึ่งเปิดกล่องที่บรรจุความชั่วร้ายนานาซึ่งทำให้จิตใจของมนุษย์ไม่บริสุทธิ์ ตำนานได้กล่าวว่าแพนโดร่าถูกสรรค์สร้างขึ้นมาจากฝีมือที่ประณีตของเทพและเทพีหลายองค์โดยมีจุดประสงค์เพื่อจะลงโทษมนุษย์ เหตุเพราะก่อนหน้านี้ เทพโปรมีทีอุส ได้ขโมยไฟจากเตาของเทวีเฮสเทียบนเขาโอลิมปัสเพื่อนำมาให้มนุษย์ ส่งผลให้มนุษย์เริ่มแข็งข้อต่อเทพเจ้า เทพซุสได้ใส่ความอยากรู้อยากเห็นลงในตัวของแพนดอร่า พร้อมกับมอบกล่องแพนดอร่าซึ่งกำชับไม่ให้นางเปิดดู แล้วส่งนางลงไปยังโลกมนุษย์ แพนดอร่าได้แต่งงานกับไททันเอพะมีธีเอิส และมีลูกหลานหญิงชายสืบต่อกันมาเป็นเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ สล็อต…

Continue Reading

โพรมีเทียส

โพรมีเทียส หรือ โพรมีทีอูส (อังกฤษ Prometheus, กรีก Προμηθεύς แปลว่า มองการณ์ไกล) เป็นเทพไททันองค์หนึ่งที่มีความเฉลียวฉลาด เป็นผู้ขโมยไฟจากเฮสเทีย เทพีแห่งเตาไฟ ลงไปให้มนุษย์ จึงทำให้มนุษย์รู้จักใช้ไฟในการหุงหาอาหารและใช้เพื่อแสงสว่างจนสามารถสร้างอารยธรรมต่างๆ ได้ จึงทำให้ซูสโกรธและลงโทษโพรมีเทียสด้วยการขังไว้ในถ้ำบนคอคาซัส และมีนกอินทรียักษ์มาจิกกินตับของโพรมีเทียสทุกวันโดยที่ไม่ตาย และทุกคืนตับของโพรมีเทียสจะงอกใหม่เพื่อให้นกอินทรียักษ์จิกกินในวันรุ่งขึ้น แต่สำหรับมนุษย์แล้ว โพรมีเทียสถือว่าเป็นเทพที่กล้าหาญและเป็นเพื่อนที่ดีต่อมนุษย์ จึงได้รับการยกย่องและนับถือในศาสนากรีกโบราณ เฮสเตีย (อังกฤษ Hestia กรีกโบราณ Ἑστία, เตาอิฐ หรือ บริเวณข้างเตาไฟ) ทรงเป็นเทพเจ้าพรหมจรรย์แห่งเตาอิฐ สถาปัตยกรรมกรีกโบราณ และการจัดระเบียบกิจกรรมในบ้าน ครอบครัวและรัฐที่ถูกต้อง ในเทพปกรณัมกรีก พระนางเป็นธิดาของโครนัสและเรีย เฮสเตียทรงได้รับของบูชาที่ทุกการบวงสรวงในครัวเรือน ในที่สาธารณะ เตาอิฐของพริทเนียม (prytaneum) เป็นเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างเป็นทางการของพระนาง เมื่อมีการก่อตั้งอาณานิคมใหม่ เพลิงจากเตาอิฐสาธารณะของเฮสเตียในนครแม่จะถูกนำไปยังนิคมใหม่ด้ย พระนางประทับนั่งบนบัลลังก์ไม้เรียบ ๆ โดยมีเบาะขนแกะสีขาว และไม่ทรงเลือกสัญลักษณ์ประจำพระองค์ ภาคโรมันของพระนาง คือ เวสตา เฮสเตียทรงเป็นเทพเจ้าโอลิมปัสรุ่นแรก ร่วมกับดีมิเทอร์และฮีรา พระนางเป็นธิดาแห่งไททันโครนัสและเรีย พระเชษฐภคินีแห่งเฮดีส ดีมิเทอร์ โพไซดอน ฮีราและซูส โครนัสกลืนบุตรธิดาของตนทั้งหมดทันทีหลังคลอด ยกเว้นซูสบุตรคนสุดท้อง ต่อมาซูสบังคับให้โครนัสคายพี่น้องของพระองค์และทรงนำในสงครามกับบิดาและไททันอื่น เฮสเตียทรงเป็น…

Continue Reading

เซลีนี

ตามตำนานเทพปกรณัมกรีก ไททันเซลีนี (อังกฤษ Selene ภาษากรีก Σελήνη แปลว่า ดวงจันทร์) เป็นเทพีแห่งดวงจันทร์ดั้งเดิมและเป็นพระธิดาของไททันไฮเพอร์เรียน (Hyperion) และไททันธีอา (Theia) แต่ในตำนานเทพปกรณัมโรมัน เทพีแห่งดวงจันทร์คือเทพีลูน่า (Luna) เหมือนเช่นเทพและเทพีแห่งดวงจันทร์องค์อื่นๆ ไททันเซลีนีมีบทบาทอย่างมากในวิหารของนาง อย่างไรก็ตาม ไททันเซลีนีกลับถูกแทนที่โดยเทพีอาร์เทมิส (Artemis) ส่วนเทพีลูน่าก็ถูกแทนที่โดยเทพีไดอาน่า (Diana)อาร์เตมิส (กรีกโบราณ Ἄρτεμις) หรือ อาร์ทิมิส (อังกฤษ Artemis) เป็นหนึ่งในเทพีกรีกโบราณที่มีการบูชาแพร่หลายที่สุด เปรียบได้ดั่งเทพีไดแอนาของโรมัน นักวิชาการเชื่อว่าทั้งพระนาม รวมทั้งองค์เทพเจ้าเอง เดิมมีมาแต่ก่อนสมัยกรีก ชาวอาร์คาเดียเชื่อว่าพระนางทรงเป็นพระธิดาของดิมีเทอร์ ในเทพปกรณัมกรีกสมัยคลาสสิก มักอธิบายว่าอาร์เตมิสทรงเป็นพระธิดาของซูสและลีโต และทรงเป็นน้องสาวฝาแฝดของอะพอลโล พระองค์เป็นพระเจ้าแห่งการล่า สัตว์ป่า ป่าเถื่อน (wilderness) การคลอด พรหมจรรย์และผู้พิทักษ์หญิงสาว ผู้นำพามาซึ่งและผู้บรรเทาโรคในหญิง มักพรรณนาพระนางเป็นพรานหญิงถือธนูและลูกศรและเป็นเทพีแห่งดวงจันทร์ กวางและต้นไซปรัสเป็นสัตว์และพืชศักดิ์สิทธิ์ของพระนาง วัยเด็กของอาร์เตมิสไม่สัมพันธ์กันอย่างสมบูรณ์ในเรื่องปรัมปราใด ๆ ที่เหลือรอด อีเลียดลดบุคลิกของเทพเจ้าผู้น่ากลัวลงเป็นบุคลิกของเด็กหญิงซึ่งร้องไห้และปีนพระเพลา (ตัก) ของซูส หลังถูกฮีราโบย โคลงของแคลิมะคัส (Callimachus) ว่าด้วยเทพเจ้า ผู้ทำให้พระองค์เองสนุกบนภูเขาด้วยการยิงธนู จินตนาการบรรณพิลาส (vignette) ที่มีเสน่ห์บางอย่าง…

Continue Reading

ไททัน (เทพปกรณัม)

เทพไททัน เป็นเทพสิบสององค์ที่เรืองอำนาจในช่วงยุคทอง (Golden Age) และถูกล้มล้างอำนาจไปโดยเทพโอลิมปัส (Olympian) เทพไททันตามตำนานของชาวกรีก ตามตำนานของชาวกรีกเป็นเทพรุ่นเก่าซึ่งถูกชิงอำนาจไปโดยเหล่าเทพโอลิมเปียน เหล่าเทพไททันเป็นบุตรของไกอา และยูเรนัส มีจำนวน 12 องค์ คือ 1.โอเชียนัส 2.โคไออัส 3.ไครอัส 4.ไฮเพอเรียน 5.ไออาพีทัส 6.ไธอา 7.รีอา 8.ธีมิส 9.นีโมซินี 10.ฟีบี 11.ทีธิส และ 12.โครนอส และในภายหลังได้มีการเพิ่ม ไดโอนี เข้ามาเป็นเทพีไททันองค์ที่ 13 ด้วย เทพไททันเป็นหนึ่งในบรรดาลูกของไกอาที่ถูกยูเรนัสโยนลงไปในพื้นใต้พิภพ ไกอาเคียดแค้นกับการกระทำของยูเรนัสมาก จึงได้ชักชวนบุตรของตนให้รวมตัวกันล้มล้างอำนาจของยูเรนัส โครนอสผู้เป็นบุตรองค์สุดท้องอาสาที่จำทำการกบฏนี้ และล้มล้างอำนาจของยูเรนัสได้สำเร็จ โครนัสจึงได้ชักชวนเหล่าเทพไททันอื่น ๆ ให้ขึ้นมาครอบพื้นพิภพ แต่ไม่ยอมช่วยเหล่าอสุรกายอัปลักษณ์ที่เป็นลูกตนอื่น ๆ ของไกอาขึ้นมาด้วย ไกอาจึงสาปแช่งให้โครนัสต้องถูกลูกของตนยึดอำนาจเช่นเดียวกับที่โครนัสได้ทำกับยูเรนัส คำสาปของไกอาประสบผลเมื่อเทพโอลิมเปียนได้ถือกำเนิดขึ้นและยึดอำนาจจากโครนัส เทพไททันตามตำนานของชาวเพลาสเกียน ตามตำนานของชาวเพลาสเกียนเทพไททันเป็นเทพรุ่นแรก มีอำนาจเหนือดวงดาวต่าง ๆ ในจักรวาล ถูกสร้างขึ้นโดยเทพียูริโนมี (Eurynome) มีจำนวนทั้งหมด 12 องค์ คือ 1.เทพีไธอา 2.เทพไฮเพอเรียน 3.เทพีฟีบี 4.เทพแอตลาส…

Continue Reading