ไมอา

ไมอาร์ (อังกฤษ Maiar) เป็นชื่อเรียกดวงจิตชั้นรอง ซึ่งเป็นหนึ่งในเหล่า ไอนัวร์ (Ainur) ตัวละครในจินตนิยายของ เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน มีกล่าวถึงอยู่มากในตำนานเรื่องซิลมาริลลิออน ชนเผ่าไอนัวร์เป็นชนเผ่าที่ถือกำเนิดมาจากพระเจ้าสูงสุดในโลกอาร์ดา คือมหาเทพอิลูวาทาร์ เป็นพวกที่ช่วยมหาเทพสร้างพิภพต่างๆ และตระเตรียมสถานที่ให้พร้อมสำหรับเหล่าบุตรแห่งอิลูวาทาร์ กล่าวคือเป็นผู้ช่วยสร้างโลกอาร์ดานั่นเอง ชาวมนุษย์มักเรียกเหล่าไอนัวร์ว่า เทพ เทพไมอาร์เข้ามายังโลกอาร์ดาก็เพื่อช่วยเหล่าวาลาร์ในการสร้างโลกนั่นเอง เซารอน (Sauron) เดิมเป็นเทพในสังกัดของอาวเล เป็นผู้ชำนาญในการสร้างสรรค์ ต่อมาแปรพักตร์ไปรับใช้เทพอสูรมอร์กอธ บัลร็อก (Balrog) ชื่อเรียกกลุ่มดวงจิตไมอาร์จำนวนหนึ่งซึ่งเป็นเทพแห่งไฟ เป็นผู้คอยรับใช้มอร์กอธ อธม็อก (Gothmog) เจ้าแห่งบัลร็อก เทพซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มของเทพแห่งไฟ ได้รับใช้มอร์กอธอย่างห้าวหาญ แส้ไฟของก็อธม็อกทำให้เฟอานอร์ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนสิ้นพระชนม์ และยังสังหารฟิงกอนจอมกษัตริย์ในสงครามมหาวิปโยค ภายหลังถูกเอคเธลิออนสังหารในการศึกคราวสิ้นนครกอนโดลิน จักรวรรดิไบแซนไทน์เจริญถึงขีดสุดในรัชสมัยจักรพรรดิจัสติเนียน (Justinian) (ครองราชย์ ค.ศ. 527-565) ทรงต้องการรวบรวมดินแดนของจักรวรรดิโรมันที่สูญเสียไปกลับคืน ทรงปกครองดินแดนที่ขยายกว้างใหญ่ออกไปให้กว้างกว่าจักรวรรดิโรมันตะวันออก นอกจากนี้พระองค์ได้ทรงสร้างและบูรณะเมืองต่าง ๆ ทั่วจักรวรรดิ จนทำให้อีกหลายเมือง เช่น เมืองดามาคัส เมืองแอนติออค เมืองเบรุต และเมืองอเล็กซานเดรีย มีศิลปกรรมที่สวยงามและเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ในปัจจุบัน ผลงานชิ้นเอกคือฮายาโซฟีอาเป็นศิลปะไบแซนไทน์ พระราชกรณียกิจที่สำคัญของจักรพรรดิจัสติเนียน คือ ประมวลกฎหมายจัสติเนียน พระองค์ทรงตั้งคณะกรรมการขึ้นมา…

Continue Reading

เทพธิดาอีออส

เทพธิดาอีออส เป็นชื่อในตำนานเทพปกรณัมโรมัน ผู้เป็นซึ่งเทพีแห่งรุ่งอรุณอันเก่าแก่ของตำนานปกรณัมกรีก หรือเรียกว่า “ออโรร่า” คำว่าออโรร่าในภาษาละตินมีความหมายว่า รุ่งอรุณ ซึ่งเทพธิดาอีออส หรือ เทพีออโรร่าจะมาปรากฏตัวใหม่ทุกๆวันในยามเช้า มักเป็นช่วงเวลารุ่งสาง โบยบินข้ามท้องฟ้าเพื่อเป็นการประกาศการมาของยามเช้า เธอเป็นเทพีที่ใกล้ชิดกับเทพอพอลโลมากที่สุด หน้าที่ที่เธอทำเป็นประจำนั่นคือ เปิดประตูให้ราชรถทองคำของอพอลโลในยามเช้าและไขแสงเงินแสงทองเพื่อเป็นสัญญาณเบิกทาง ตามตำนานว่ากันว่าแสงสีชมพูที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้าเมื่อฟ้าเริ่มสางนั้นคือนิ้วของอีออส และแสงสีทองในยามเช้าคือเส้นผมของอีออสนั่นเอง ครอบครัวของเทพีอีออส เทพีอีออสนั้นเป็นลูกของเธอิอาและไฮเปอร์ริออน ซึ่งเป็นไททันเทพเจ้ารุ่นดึกดำบรรพ์ เทพีอีออสมีพี่น้องอยู่สองคน คนแรกชื่อเฮลิออส เป็นเทพแห่งสุริยันหรือดวงอาทิตย์และคนที่สองชื่อเซเลเน่เป็นเทพธิดาจันทรา ทั้งสามพี่น้องจะมีเทียมรถม้าเป็นยานพาหนะในการเดินทาไปยังที่ต่างๆ และเทพีอีออสก็ยังมีพระสวามีอยู่หลายองค์เช่นกันไม่ว่าจะเป็นไทโธนอสเจ้าชายแห่งกรุงทอย โอรสของท้าวเลือมมิดอนแห่งกรุงทอย และเซฟฟลัสโอรสของเจ้าผู้ครองแคว้นเธสสะลี ลูกของเทพีอีออส 4 องค์ จะไปประจำอยู่ ณ ทิศสี่ทิศ ได้แก่ ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออกและทิศตะวันตก136199 เอริส (Eris) หรือ 2003 UB313 เป็นดาวเคราะห์แคระหนึ่งในวัตถุพ้นดาวเนปจูน (Trans-Neptunian Object – TNO) เป็นดาวเคราะห์แคระดวงใหญ่ เป็นลำดับที่ 2 ในระบบสุริยะที่ถูกค้นพบในปัจจุบัน มีขนาดเล็กกว่าดาวพลูโตเล็กน้อย มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1445 กิโลเมตร(ขนาดดาวพลูโต 1473 กิโลเมตร) มีดวงจันทร์บริวาร 1 ดวง…

Continue Reading

ฮีบี (เทพปกรณัม)

ฮีบี (อังกฤษ Hebe /ˈhibi/ กรีก Ήβη) เป็นเทพีในตำนานเทพเจ้ากรีกที่เทียบเท่ากับจูเวนทัสในตำนานเทพเจ้าโรมัน เทพีฮีบีเป็นเทพีแห่งความเยาว์วัยผู้เป็นบุตรีของเทพซูสและเทพีฮีรา ผู้มีตำแหน่งเป็นผู้ถวายพระสุทธารส (cupbearer) สำหรับเทพและเทพีแห่งยอดเขาโอลิมปัส คู่กับแกนีมีด จนกระทั่งแต่งงานกับเฮราคลีสประมวลเรื่องปรัมปรากรีก (กรีกโบราณ ΜΥΘΟΛΟΓΊΑ ΕΛΛΗΝΙΚΉ) เป็นประมวลเรื่องปรัมปราของอารยธรรมกรีกโบราณ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับนิทานปรัมปราและตำนานที่เกี่ยวข้องกับเทพเจ้า, วีรบุรุษ, ธรรมชาติของโลก รวมถึงจุดกำเนิดและความสำคัญของขนบ คติและจารีตพิธีในทางศาสนาของชาวกรีกโบราณ ประมวลเรื่องปรัมปรากรีกเป็นส่วนหนึ่งของศาสนาในกรีซโบราณ นักวิชาการสมัยใหม่มักอ้างถึงและศึกษาเรื่องปรัมปราเหล่านี้ เพื่อที่จะทราบเกี่ยวกับสถาบันทางศาสนา, สถาบันทางการเมืองในกรีซโบราณ, อารยธรรมของชาวกรีก และเพื่อเพิ่มความเข้าใจในธรรมชาติของการสร้างตำนานประมวลเรื่องปรัมปราขึ้น ประมวลเรื่องปรัมปรากรีกรวบรวมขึ้นจากเรื่องเล่าและศิลปะที่แสดงออกในวัฒนธรรมกรีก เช่น การระบายสีแจกันและของแก้บน ตำนานกรีกอธิบายถึงการถือกำเนิดของโลก และรายละเอียดของเรื่องราวในชีวิต และการผจญภัยของบรรดาเทพเจ้า เทพธิดา วีรบุรุษ วีรสตรี และสิ่งมีชีวิตในตำนานอื่น ๆ ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ในตอนแรกเป็นเพียงการสืบทอดผ่านบทกวีตามประเพณีมุขปาฐะเท่านั้น ซึ่งอาจสืบย้อนหลังไปได้ถึงสมัยไมนอส และสมัยไมซีนี ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ก่อนค.ศ. แต่ปัจจุบันเรื่องราวปรัมปราเหล่านี้ เราทราบจากวรรณกรรมกรีกโบราณทั้งสิ้น jumbo jili วรรณกรรมกรีกที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่รู้จักกันคือ มหากาพย์ อีเลียด และ โอดิสซีย์ ของโฮเมอร์ ซึ่งจับเรื่องราวเหตุการณ์ในระหว่างสงครามเมืองทรอย นอกจากนี้มีบทกวีมหากาพย์ร่วมสมัยอีกสองชุดของเฮสิโอดกวีร่วมสมัยของโฮเมอร์ คือ ธีออโกนี และ…

Continue Reading

เพอร์เซฟะนี

ในเทพปกรณัมกรีก เพอร์เซโฟเน่ (อังกฤษ Persephone /pərˈsɛfəniː/ กรีก Περσεφόνη) หรือเรียก คอรี (อังกฤษ Kore /ˈkɔəriː/ หญิงโสด) เป็นพระธิดาของซูส และเทพเจ้าแห่งการเก็บเกี่ยว ดีมิเทอร์ และราชินีแห่งโลกหลังความตาย โฮเมอร์อธิบายว่าพระองค์เป็นราชินีแห่งโลกหลังความตายผู้น่าเกรงขามและน่าเคารพนับถือ ผู้บันดาลให้คำสาปของมนุษย์บังเกิดผลต่อวิญญาณของผู้วายชนม์ เพอร์เซฟะนีถูกเฮดีส ราชาแห่งโลกบาดาล ลักพาตัว ตำนานการลักพาของพระองค์เป็นการแสดงว่าหน้าที่ของพระองค์เป็นบุคคลวัตของพืชพรรณซึ่งงอกในฤดูใบไม้ผลิและถอนคืนสู่พิภพหลังเก็บเกี่ยว ฉะนั้นพระองค์จึงยังสัมพันธ์กับฤดูใบไม้ผลิและความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณในศาสนาและตำนานกรีกโบราณ ดิมีเทอร์ (อังกฤษ Demeter, /dɨˈmiːtɚ/ Gay) เป็นเทพเจ้าแห่งการเก็บเกี่ยว ผู้ดูแลธัญพืชและความอุดมสมบูรณ์ของปฐพี ชื่อลัทธิบูชาของพระนางรวมถึงซิโต (Σιτώ) สตรีแห่งธัญพืช ในฐานะผู้ประทานอาหารหรือธัญพืช และเธสมอฟอรอส (θεσμός thesmos ระเบียบสวรรค์, กฎหมายไม่เป็นลายลักษณ์อักษร phoros ผู้ให้, ผู้ถือ) ผู้ประทานกฎหมาย โดยเป็นเครื่องหมายการดำรงอยู่ของสังคมเกษตรกรรมอารยะ[ยนทางแอรีส (อังกฤษ Ares /ˈɛəriz/ กรีกโบราณ Ἄρης [árɛːs] อาแรส) ทรงเป็นเทพแห่งสงครามของกรีก ทรงเป็นหนึ่งในสิบสองพระเจ้าโอลิมปัส และพระโอรสของซูสและฮีรา ในวรรณกรรมกรีก เป็นสัญลักษณ์ของแง่มุมกายภาพหรือความรุนแรงและไม่สงบของสงคราม ขัดกับอะธีนา ผู้เป็นเทพเจ้าแห่งปัญญา รวมทั้งยุทธศาสตร์การทหารและตำแหน่งอำนาจแม่ทัพ…

Continue Reading