อาร์เทมีส (Artemis)

อาร์ทิมิส หรือในภาคโรมันคือ ไดแอนา (อังกฤษ: Diana) คือเทพเจ้าแห่งการล่าสัตว์ เทพีแห่งดวงจันทร์ และเป็นเทพีแห่งความรักทางใจ ตำนานการกำเนิดกล่าวว่าเป็นธิดาฝาแฝดของเทพซุสกับนางอัปสร ลีโต (Leto) หรือแลโตนา (Latona) มีพี่ชายร่วมอุทรคือ เทพอะพอลโลซึ่งเป็นเทพแห่งพระอาทิตย์ และการดนตรี joker123 เทพฝาแฝดทั้งสองถูกปองร้ายตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา เพราะเทพีเฮราซึ่งเป็นมเหสีเอกของเทพซุสเกลียดชังชายาน้อยของสวามีจึงลามไปถึงบุตรที่เกิดจากอนุเหล่านั้นด้วย เมื่อรู้เรื่องของนางลีโต พระนางจึงสาปแช่งนางลีโตว่าจะไม่สามารถคลอดบุตรบนแผ่นดินใดได้ อีกทั้งยังส่งงูร้าย ไพธอน (Python)ตามฉกกัดนางลีโตตลอดเวลา นางลีโตประสบเคราะห์กรรมอย่างน่าสงสารเพราะไปที่ใดก็ไม่มีใครต้อนรับด้วยกลัวเกรงอาญาของเทพีเฮรา ทั้งต้องหลบหนีงูร้ายจนอยู่ไม่เป็นสุข และเทพซุสก็กลัวเทพีเฮราเกินกว่าจะช่วยเหลือนางลีโตกับบุตรในครรภ์[NPC2]กระทั่งครบกำหนดครรภ์ นางลีโตเจ็บปวดทุกข์ทรมานปางตายเพราะไม่อาจคลอดบุตรได้ ทำให้เทพโพไซดอนเกิดความสงสาร จึงบันดาลเกาะดีลอส (Delos)ให้โผล่ขึ้นกลางทะเล ไม่ติดต่อกับแผ่นดินใด นางลีโตจึงพ้นคำสาป จนกระทั่งสามารถประสูติเทพฝาแฝด เทพอะพอลโล และเทพีอาร์เทอมิส ออกมาอย่างปลอดภัย สล็อตออนไลน์ ทันทีที่ประสูติออกจากครรภ์ เทพอะพอลโลก็ฆ่างูไพธอนตาย จนได้นามอีกว่า ไพธูส เมื่อเทพทั้งสองประสูติ เทพบิดาซุสจึงอัญเชิญเทพทั้งสองขึ้นเป็นเทพบนเขาโอลิมปัส และคลายความหมางใจระหว่างเทพีเฮรากับเทพฝาแฝดจนเป็นผลสำเร็จ jumboslot เทพอะพอลโลถูกสถาปนาขึ้นเป็นสุริยเทพ คุมรถม้าพระอาทิตย์รอบโลกให้แสงสว่างแก่มวลมนุษย์ในเวลากลางวัน ส่วนเทพีอาร์ทิมิสถูกสถาปนาเป็นจันทราเทวี คุมรถม้าเงินพระจันทร์ ให้แสงสว่างนำทางมวลมนุษย์ในยามกลางคืน ทั้งสองฝาแฝดรักใคร่กันมากและมีความชำนาญในด้านขมังธนูเช่นเดียวกัน โดยธนูของเทพอะพอลโลจะแม่นยำร้อนแรงดังแสงอาทิตย์ ผิดกับเทพีอาร์ทิมิสซึ่งปลิดชีพผู้ต้องศรอย่างนุ่มนวลราวแสงจันทร์ จนดูคล้ายกับคนที่นอนหลับไปเท่านั้น slot

มินะทอร์รูปลักษณ์

ศิลปะสมัยคลาสสิกมักแสดงรูปมินะทอร์เป็นมนุษย์เพศผู้มีศีรษะเป็นโคและมีหางโค ตามที่ซอฟาคลีส (Sophocles) นักละครชาวกรีก ประพันธ์ไว้ในงานเรื่อง ทราคีนีอี (Trachiniae) ว่า ผีเสื้อน้ำแอคีโลอัส (Achelous) เคยกล่าวไว้ในคราวเกี้ยวนางดีอาไนรา (Deianira) ว่า มินะทอร์หัวเป็นโคกายเป็นคน joker123 ตั้งแต่สมัยคลาสสิกจนถึงสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา การพรรณนาเกี่ยวกับวงกตมักเอามินะทอร์เป็นที่ตั้ง งานเขียนของโอวิดเกี่ยวกับมินะทอร์ แม้มิได้ให้รายละเอียดมากมายว่า กายมินะทอร์ส่วนใดเป็นคนส่วนใดเป็นโค แต่ก็แพร่หลายที่สุดในช่วงมัชฌิมยุค ส่วนงานเขียนในสมัยถัด ๆ มากลับนิยมกันใหม่ว่า มินะทอร์มีหัวและกายดั่งคนอยู่บนตัวโค ทำนองเดียวกับเซนทอร์ (centaur ความนิยมอย่างหลังนี้ปรากฏมาจนถึงสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา และปัจจุบันยังพบอยู่บ้าง เช่น ในผลงานที่สตีล แซวิจ (Steele Savage) วาดประกอบหนังสือเรื่อง มิโธโลจี (Mythology) ของอีดิธ แฮมิลตัน (Edith Hamilton) เมื่อ ค.ศ. 1942ลังจากมินะทอร์ถูกขังไว้ในวงกตแล้ว พระเจ้าไมนอสทรงเกิดหมางพระทัยกับกรุงเอเธนส์ เนื่องจากแอนโดรเจียส (Androgeus) พระโอรส ถูกชาวเอเธนส์ฆ่าตายกลางงานแข่งขันกีฬาแพแนเธเนีย (Panathenaic Games) เพราะชาวเอเธนส์[NPC2]ไม่ชอบใจที่แอนโดรเจียสชนะ อีกเรื่องว่า พระเจ้าอีเจียส (Aegeus) แห่งกรุงเอเธนส์ทรงบัญชาให้โคเผือกตัวข้างต้นไปสังหารแอนโดรเจียสกลางนครแมราธอน (Marathon) แต่ไม่ว่าด้วยเหตุใด พระเจ้าไมนอสได้เสด็จยกพยุหโยธาไปเอากรุงเอเธนส์เพื่อทรงแก้แค้นในการสูญเสียพระโอรสเป็นผลสำเร็จ และคาทัลลัส…

Continue Reading

มินะทอร์

ในเทพปกรณัมกรีก มินะทอร์ (อังกฤษ: Minotaur) เป็นสิ่งมีชีวิตซึ่งมีศีรษะเป็นโค มีกายเป็นคนหรือที่โอวิด (Ovid) กวีโรมัน พรรณนาว่า “กึ่งคนกึ่งโค” มินะทอร์พำนักอยู่ในวงกตซึ่งเป็นหมู่อาคารมีทางเดินคดเคี้ยว ณ กลางเกาะครีต และเป็นผลงานที่สถาปนิกเดดาลัส (Daedalus) กับอีคารัส (Icarus) บุตร ร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้นตามพระราชโองการพระเจ้าไมนอส (Minos) แห่งเกาะครีต ภายหลัง มินะทอร์ถูกธีเซียส (Theseus) วีรบุรุษชาวเอเธนส์ ประหารในวงกตนั้นเอง joker123 คำ “มินะทอร์” ในภาษาอังกฤษมาจากคำ “Μῑνώταυρος” (Mīnṓtauros,) ในภาษากรีกโบราณ แปลว่า โคแห่งพระเจ้าไมนอส โดยในภาษาอังกฤษนั้น คำ “มินะทอร์” เป็นทั้งวิสามานยนามใช้เรียกสิ่งมีชีวิตตามตำนานข้างต้น และเป็นสามานยนามใช้เรียกสิ่งมีชีวิตกึ่งโคกึ่งคนตัวอื่น ๆ โดยทั่วไป ส่วนชาวครีตเองเรียกสัตว์นี้ด้วยวิสามานยนามว่า “แอสเตเรียน (Asterion) ซึ่งเป็นนามของปู่มินะทอร์ (พระบิดาบุญธรรมของพระเจ้าไมนอส) เช่นกัน[NPC2]กำเนิดเมื่อเสวยราชย์ในเกาะครีตแล้ว พระเจ้าไมนอสต้องทรงแย่งชิงอำนาจการปกครองกับพระเชษฐาและพระอนุชาเนือง ๆ จึงทรงวอนขอให้โพไซดอน (Poseidon) ประทานโคเผือกเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าเทพยดาสนับสนุนพระองค์ แล้วพระเจ้าไมนอสจะได้ทรงสังหารโคนั้นเซ่นสรวงโพไซดอนต่อไป แต่เมื่อได้ทรงรับโคนั้นมาแล้ว ทรงเห็นแก่ความงดงามผ่าเผยของโค จึงหักพระทัยฆ่าโคไม่ลง และเก็บรักษาโคนั้นไว้ แล้วประหารโคเผือกตัวอื่นสังเวยแทน โพไซดอนเมื่อทราบก็โกรธ…

Continue Reading

เทพแพน (Pan)

ในบรรดาเทพทั้งหลายในวงศ์โอลิมเปี้ยน มีเทพอยู่องค์หนึ่งที่มีลักษณะไม่เหมือนกับทวยเทพองค์อื่นๆ เพราะเทพองค์นี้มีร่างกายที่เป็นกึ่งมนุษย์กึ่งสัตว์ เธอมีชื่อว่า “เทพแพน” นั่นเอง อย่างไรก็ตาม เทพองค์ดังกล่าวก็ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นเทพองค์หนึ่งในสวรรค์ชั้นโอลิมปัส joker123 แพน (Pan) เป็นเทพผู้เป็นหลานของซูสเทพบดี เพราะเธอเป็นโอรสของเทพเฮอร์มีส กับนางพรายน้ำตนหนึ่ง ว่ากันว่า แพนเป็นเทพแห่งทุ่งโล่งและดงทึบ หรืออาจเรียกว่าเป็น เทพแห่งธรรมชาติทั้งปวงก็ได้ นอกจากนี้ คำว่า “แพน” ในภาษากรีกก็ยังมีความหมายว่า “All” ที่แปลถึงทั้งหลายหรือทั้งปวงนั่นเอง[NPC2]หากกล่าวถึงรูปลักษณ์ของเทพองค์นี้ ก็พบว่ามีรูปร่างที่ผิดแปลกไปจากเทพองค์อื่น ๆ ที่มักจะมีรูปสวยสง่างาม เทพแพนเป็นเทพที่มีลักษณะผสมระหว่างมนุษย์กับสัตว์ โดยเทพแพนมีร่างกายและหน้าตาที่เป็นมนุษย์ แต่อวัยวะท่อนล่างกลับเป็นแพะ อีกทั้งยังมีเขาปรากฎอยู่บนศีรษะและมีหนวดเคราเช่นแพะด้วย สล็อตออนไลน์ ตำนานเล่าเกี่ยวกับประวัติของเทพแพนไว้น่าสนใจยิ่ง กล่าวคือ เมื่อครั้งหนึ่งที่แพนได้ไปพบเห็นนางพรายน้ำตนหนึ่งที่มีชื่อว่า ไซรินซ์ (Syrinx) เข้า แพนก็เกิดความรู้สึกถูกชะตาและถูกใจเป็นอย่างมาก แพนจึงติดตามพรายน้ำตนนั้นไปด้วยความรัก แต่นางพรายน้ำตนนั้นกลับไม่ยินดีที่จะร่วมรักด้วย เนื่องจากเกรงกลัวในรูปร่างแปลกประหลาดของเทพแพน นางพรายน้ำจึงวิ่งหนีเตลิดไป แพนก็เองก็ยังไม่ลดละความพยายาม และออกไล่ตามหานางพรายน้ำจนมาถึงริมน้ำ เมื่อนางพรายน้ำเห็นว่าน่าจะหนีเทพแพนไม่พ้น จึงได้ตะโกนออกไปเพื่อขอความช่วยเหลือจากเทพแห่งท้องธาร jumboslot คำร้องของนางพรายน้ำสัมฤทธิ์ผล เพราะเทพแห่งท้องธารรู้สึกสงสารในตัวนาง จึงได้ดลบันดาลให้นางพรายน้ำกลายเป็นต้นอ้อที่ประดับอยู่ ณ ริมฝั่งน้ำ เมื่อเทพแพนมาถึงที่บริเวณนี้และได้รู้ความจริงว่านางพรายน้ำคิดจะปฏิเสธตนเช่นนี้ ก็รู้สึกโศกเศร้าเป็นหนักหนา เทพแพนจึงได้ตัดเอาต้นอ้อต้นนั้น มามัดเข้าด้วยกัน และใช้เป็นเครื่องดนตรีเพื่อเป่าบรรเลงอย่างไพเราะสืบมา slot

เทพีอาเทน่า (Athena)

กล่าวถึงคณะเทพโอลิมเปียนซึ่งมีเทพีพรหมจารีปรกอบอยู่ด้วยกัน 3 องค์ มีชื่อตามลำดับ ได้แก่ เฮสเทีย (Hestia) เอเธน่า(Athene) และ อาร์เตมิส (Artemis) ซึ่งเทพีองค์แรกถือเป็นเทพีภคินีของเทพปริณายกซูส ส่วนอีก 2 องค์หลังนั้นเป็นธิดาของเทพปริณายกซูส ซึ่งแต่ละองค์มีประวัติเล่าขานและความสำคัญที่แตกต่างกันไป ดังต่อไปนี้ การประสูติของเทพีเอเธน่าเป็นที่กล่าวขานกันว่า ครั้งหนึ่งในอดีต ซูสเทพบดีได้ฟังคำทำนายขึ้นมาว่า โอรสธิดาที่ถือกำเนิดขึ้นมาจากมเหสีมีทิส (Metis) ผู้ทรงปัญญา จะมีอำนาจในการล้มบัลลังก์ของพระองค์ได้ในอนาคต เมื่อได้ฟังดังนั้นไท้เธอก็พยายามแก้ปัญหาง่ายๆ โดยการจับตัวมีทิสที่กำลังตั้งครรภ์แก่กลืนเข้าไปอยู่ในท้อง แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน เทพปริณายกซูสก็เกิดอาการปวดหัวขึ้นมาอย่างหนักทบทนไม่ไหว ไท้เธอจึงมีเทวโองการรับสั่งให้เทพทั่วเขาโอลิมปัสมาร่วมประชุม เพื่อให้ช่วยกันคิดหาทางออกที่จะบำบัดอาการปวดหัวที่ไท้เธอเป็นอยุ๋ แต่ก็ไม่มีทวยเทพองค์ใดสามารถคิดแก้ไขปัญหาออกได้เลย joker123 แม้แต่ผู้เดียว ซึ่งในขณะนั้น เทพซูสก็ไม่อาจจะทนความรู้สึกเจ็บปวดเช่นนี้อีกต่อไปได้ จึงมีเทวบัญชาเพื่อสั่งโอรสองค์หนึ่วของพระองค์ ที่ชื่อว่า ฮีฟีสทัส (Hephaestus) หรือ วัลแคน (Vulcan) นำขวานมาผ่าลงไปที่เศียรของไท้เธอ เทพฮีฟีสทัสก็ปฏิบัติตามคำสั่งของบิดา และเอาขวานจามลงไปที่เศียรเทพซูส แต่ยังไม่ทันที่ขวานจะทำให้เศียรของเทพซูสแยกออกจากกันดี เทพีเอเธน่าก็ประสูติขึ้นมาจากเศียรของเทพบิดา โดยลักษณะของเธอนั้นอยู่ในวัยที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว และฉลององค์ด้วยหุ้มเกราะงามแวววาว และในมือถือหอกเป็นอาวุธ เทพีเอเธน่าประกาศชัยชนะด้วยเสียงอันดังไปทั่วจนเป็นที่พิศวงหวั่นหวาดแก่ทวยเทพทั้งหลายอย่างที่สุด และทันใดนั้นเอง พื้นพสุธาและมหาสมุทรก็เกิดการสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นการประกาศให้โลกรู้ว่า เทพีเอเธน่าองค์นี้ได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว[NPC2]การอุบัติของเทพีเอเธน่าถือเป็นโชคดีที่จะนำโลกไปยังสันติสุขและช่วยกำจัดความโง่เขลาที่ปกครองโลกที่เคยมีให้หมดสิ้นไป ซึ่งการที่เจ้าแม่กำเนิดออกมาจากเศียรของเทพซูส เทพีแห่งความโฉดเขลาซึ่งไม่ปรากฏรูป ก็หนีให้เจ้าแม่เข้าครองแทนที่ เพราะฉะนั้น เทพีเอเธน่าจึงถือเป็นที่บูชาในฐานะเทพีผู้มีปัญญา…

Continue Reading

เทพเจ้าพลูโต

ในตำนานกรีกโบราณ ได้กล่าวถึงเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่มีอำนาจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า โปเซดอน เทพองค์นี้มีชื่อว่า ฮาเดส หรือ ที่ชาวโรมันเรียกว่า พลูโตเทพพลูโต ทำหน้าที่ดูแลเมืองบาดาล หรือยมโลก และคนตายทั้งหมด โดยคำว่า”พลูโต” มีความหมายถึง เทพแห่งทรัพย์ เพราะนอกจากจะดูแลยมโลกแลัว ท้าวฮาเดสยังทำหน้าที่ครองมวลธาตุล้ำค่าที่อยู่ภายใต้พื้นพิภพอีกด้วย บางทีจึงมีชื่อว่า ดีส (Dis) ที่หมายความว่า ทรัพย์ นั่นเอง (แม้ว่าบางตำนานอาจกล่าวว่า ฮาเดสทำหน้าที่ครองเมืองยมโลกและคนตายเท่านั้น) joker123 ในขณะที่ เทพที่ทำหน้าที่ครองความตายอีกองค์หนึ่ง มีชื่อเรียกในภาษากรีกว่า ธานาทอส (Thanatos) หรือ ชื่อในภาษาลาตินว่า ออร์คัส (Orcus) เทพองค์นี้เป็นคู่กันกับ ฮิปนอส (Hipnos) เทพประจำความหลับ[NPC2]แม้ว่าเทพฮาเดสจะเป็นหนึ่งในเทพแห่งโอลิมปัส แต่ก็ไม่ค่อยจะได้ออกจากยมโลกเพื่อเสด็จขึ้นไปยังเขาโอลิมปัสมากเท่าไรนัก และก็ไม่ค่อยอยากมีใครยินดีต้อนรับเทพองค์นี้เสียเท่าไร เพราะส่วนใหญ่ล้วนแต่เกรงกลัวในอำนาจของพระองค์ทั้งสิ้น เนื่องด้วยพระองค์เป็นเทพที่ปราศจากความปรานี เต็มไปด้วยความยุติธรรม และเธอก็มีหมวกวิเศษใบหนึ่งที่สามารถทำให้ผู้สวมผู้นั้นหายตัวไปได้เลยทันที สล็อตออนไลน์ ชาวกรีกโบราณเชื่อว่า ภายในยมโลกจะเป็นที่อยู่ของดวงวิญญาณทุกดวงที่สิ้นชีวิตไปแล้ว วิญญาณเหล่านี้จะถูกนำไปรับฟังคำพิพากษาจากคณะเทพสภาในยมโลกซึ่งอยู่ใต้พื้นพิภพ และเป็นอาณาจักรที่อยู่ใต้การปกครองของเทพฮาเดสผู้นี้ jumboslot เทพฮาเดสจ้าวแห่งแดนบาดาล มีอุปนิสัยที่ค่อนข้างจะเย็นชา และแข็งกร้าว ไร้ซึ่งความเวทนาปรานีแก่ผู้ใด แต่พระองค์ก็ทรงตัดสินความถูกผิดไปด้วยความมียุติธรรมตลอดเวลา จึงเป็นเหตุให้ท้าวเธอไม่สามารถหาสตรีมาเป็นชายาครองบัลลังก์ในปรโลกร่วมกันได้เสียที ครั้งหนึ่งเมื่อท้าวเธอเสด็จขึ้นมาบนพื้นโลก และได้พบเจอกับหญิงงามที่มีชื่อว่า เพอร์เซโฟนี (Persephone)…

Continue Reading

เทพาอาเรส (Ares) หรือ Mars

เทพแอรีส หรือ มาร์ส (Mars) ตามที่ชาวโรมันชอบเรียก ถือเป็นเทพเจ้าแห่งสงคราม อาวุธ และชุดเกราะ หรือเป็นหนึ่งในสิบสองของเทพโอลิมปัสด้วย แอรีส เป็นเทพแห่งสงครามไม่ต่างกับ อธีน่า เพียงแต่อธีน่าจะได้รับการยกย่องมากกว่า เพราะอธีน่าถือเป็นเทพีที่ใช้สมองในการวางแผนสู้รบได้เป็นอย่างดี และทำให้เทพีองค์นี้ได้รับการบูชาในฐานะที่เป็นเทพีแห่งสติปัญญาไปด้วยในเวลาเดียวกัน ในขณะที่ แอรีสเป็นเทพที่นิยมใช้ความดุดันและโหดร้ายมากกว่าการใช้สติปัญญาในการสงครามมากกว่า ดังที่กวีกรีกโบราณคนสำคัญที่ชื่อว่า โฮเมอร์ เคยเขียนถึงเทพแอรีสว่า พระองค์เป็นเทพที่โหดร้ายและหยาบช้ามากองค์หนึ่ง joker123 แอรีส ได้ลอบเป็นชู้รักกับเทวีอโฟรไดท์ ผู้เป็นบุตรของเทพปริณายกซูสกับเจ้าแม่ฮีรา และเป็นที่น่ารังเกลียดของเทพและมนุษย์ทั้งปวง ยกเว้นแต่เพียงชาวโรมันที่รักในการสงครามเท่านั้น ชาวโรมันมีความรักเทิดทูนในเทพองค์นี้เป็นอย่างยิ่ง โดยถึงกับแต่งตั้งให้เป็นเทพบิดาของ โรมิวลัส (Romulus) ผู้สร้างกรุงโรม อีกทั้งยังสรรเสริญความดความชอบของเทพองค์นี้อีกหลายประการ ในทางตรงกันข้าม ชาวกรีก กลับไร้ซึ่งความนิยมเลื่อมใสในเทพองค์นี้เลยแม้แต่น้อย และยังถือด้วยว่า เธอเป็นเทพที่มีนิสัยดุร้าย ป่าเถื่อน และไร้ความเมตตากรุณา[NPC2]ในมหากาพย์อิเลียด ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับบทกวีในการสงคราม ก็มีการพูดถึงเทพแอรีสไว้เช่นกัน แต่เธอจะถูดพูดถึงในเชิงเกลียดชังตลอดทั้งเรื่อง นักกวีโฮเมอร์ได้ประณามเธอว่า เทพแอรีส เป็นผู้ที่ยินดีในการประหัตประหาร มีมลทินด้วยเลือด ซึ่งเป็นอุบาทว์สำหรับมนุษย์ทั้งปวง จึงอาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า ชาวกรีกถือว่าเทพแอรีสเป็นเทพอันธพาลของกรีกเลยก็ว่าได้ สล็อตออนไลน์ ประวัตของเทพแอรีสกล่าวไว้ว่า เทพอาเรสเป็นหนึ่งในโอรสระหว่างองค์เทพซูสกับเทวีฮีร่า และทรงเป็นโอรสที่ถูกพระบิดาตราหน้าว่า “เจ้าเป็นที่น่ารังเกียจ น่าชัง มากที่สุดในบรรดาลูกของข้าทั้งหมด เจ้าทั้งโหดร้าย และดื้อด้านเหมือนกับแม่เจ้าไม่ผิด!” ซึ่งก็ถือว่าเป็นคำพูดที่ตรงกับอุปนิสัยใจคอของเทพอาเรสมากที่สุด…

Continue Reading

เทพีฮีร่า (Hera) หรือ จูโน (Juno)

ฮีร่า (Hera) หรือจูโน (Juno) ถือเป็นราชินีของเทพธิดาทั้งปวง เพราะเธอเป็นชายาของซูสผู้ยิ่งใหญ่ ประวติความเป็นมาของฮีร่ากล่าวไว้ว่า เธอเป็นธิดาองค์แรกของเทพไทแทนโครนัสกับเทพมารดารีอา ซึ่งได้อภิเษกสมรสกับ ซูสเทพบดีผู้เป็นอนุชาของนางในภายหลัง ด้วยเหตุนี้ฮีร่าจึงกลายเป็นราชินีที่สูงที่สุดในสรวงสวรรค์ชั้นโอลิมปัส ที่เป็นที่คร้ามเกรงของคนโดยทั่วไป เทวีฮีร่าไม่ชอบนิสัยเจ้าชู้ของสวามีของตน เพราะเทพซูสเป็นเทพที่เจ้าชู้ และมักจะประพฤติตนให้เทพีฮีร่าหึงหวงอยู่เสมอ อีกทั้งยังคอยลงโทษหรือคิดพยาบาทบุคคลที่คิดจะมาเป็นภรรยาน้อยของเทพซูสอยู่เสมอด้วย joker123 ตอนแรกที่ซูสขอฮีร่าแต่งงาน นางฮีร่าก็ปฏิเสธ และยังคงปฏิเสธเรื่อยมาจนถึง 300 ปี แต่เมื่อวันหนึ่ง ซูสก็ได้วางแผนคิดอุบายปลอมตัวเป็นนกกาเหว่า ที่เปียกปอนไปด้วยพายุฝนและบินไปเกาะที่หน้าต่างที่ห้องนางฮีร่า เมื่อฮีร่าเห็นเข้าก็นึกสงสาร จึงได้จับนกตัวนั้นมาลูบขนพร้อมกับกล่าวคำว่า “ฉันรักเธอ” ทันใดนั้นเอง ซูสก็แปลงร่างกลับคืน และขอให้ฮีร่าแต่งงานกับพระองค์ แต่ชีวิตคู่ของเทวีฮีร่ากับเทพปริณายกซูสก็มีสะดุดอยู่เรื่อยมา ทั้งสองมักจะทะเลาะและมีปากเสียงกันบ่อยตลอดเวลา จนเป็นหนึ่งความเชื่อของชาวกรีกโบราณว่า เมื่อใดที่เกิดพายุฟ้าคะนองอย่างดุเดือด เมื่อนั้นแสดงถึงสัญญาณว่า เทพซูสกับเทพีฮีร่ากำลังต้องทะเลาะกันอยู่อย่างแน่นอน เนื่องจากเทพทั้งสองถือเป็นสัญลักษณ์แห่งสรวงสวรรค์[NPC2]แม้ว่าเทวีฮีร่าจะถือเป็นราชินีแห่งสรวงสวรรค์หรือเทพมารดาแทนรีอา แต่เมื่อพิจารณาจากความประพฤติและอุปนิสัยของเจ้าแม้แล้ว กลับพบว่าไม่อ่อนหวานหรือมีเมตตาสมกับที่เป็นเทพแห่งมารดาเลย เจ้าแม่นั้นเป็นทั้งบุคคลที่โหดร้าย ขาดเหตุผล เจ้าคิดเจ้าแค้น และเป็นเทพีที่ชอบคิดอาฆาตจนถึงที่สุด หากผู้ใดก็ตามที่ถูกเทวีฮีร่าอาฆาตมาดร้ายหมายหัวเอาไว้ ก็มักจะพบจุดจบที่ดูไม่สวยงามมากเท่าไรนัก ยกตัวอย่างเช่น ชาวกรุงทรอยที่เมืองทั้งเมืองล่มจมลงไป ก็มีเหตุเพราะความอาฆาตพยาบาทของเจ้าแม่ฮีร่าผู้นี้นี่เอง โดยสาเหตุของเรื่องราวร้ายกาจครั้งนี้ เกิดจากที่เจ้าชายปารีสแห่งทรอย ไม่ยอมเลือกให้เจ้าแม่เป็นผู้ชนะเลิศในการประกวดความงาม ระหว่าง 3 เทวีแห่งสวรรค์ ได้แก่ เทวีฮีร่า เทวีเอเธน่า และเทวีอโฟรไดที สล็อตออนไลน์…

Continue Reading

เทพซีอุส (Zeus)

เทพซีอุส (Zeus) เชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งเทพเจ้าทั้งหลาย ถือเป็นผู้รอบรู้ด้านการพยากรณ์อากาศ และเป็นเทพผู้คุมกฎแห่งสวรรค์ซึ่งเขายังต้องทำหน้าที่ผดุงความยุติธรรมตามกฎหมายอีกด้วย พลังอำนาจในการต่อสู้ของเทพซีอุสเป็นที่น่าเกรงขามอย่างยิ่ง เทพซีอุสมีสัญลักษณ์แห่งพลังอำนาจเป็น สายฟ้า (Thunderbolt) joker123 ตำนานกล่าวไว้ว่า เทพซีอุส เป็นบุตรคนสุดท้องของเทพ Cronos ผู้แข็งแกร่ง เมื่อตอนที่เทพ Cronos ต่อสู้กับ Uranus จนสามารถเอาชนะเทพผู้นี้ได้ ทำให้เทพซีอุสจำเป็นต้องสังหารเทพ Cronos ส่วน Rhea ผู้เป็นภรรยาของเทพ Cronos ก็ไว้ใจ Gaia ให้มาทำหน้าที่คอยปกป้องดูแลเขา ในขณะที่เทพ Cronos กำลังจะกลืนกินลูกของเธอทีละคนๆ ซึ่งเธอก็ได้ปกป้องเทพซีอุส ซึ่งเป็นลูกคนสุดท้องไว้ได้ และได้ส่งเขาให้ไปอาศัยอยู่กับนางไม้ Adrasteia และ Ida เทพซีอุสโดตมาด้วยการเลี้ยงดูด้วยนมแพะ Amaltheia เมื่อเทพซีอุส ก็ได้กลับมาต่อสู้กับพ่อตัวเอง โดยเขาได้รับการช่วยเหลือจาก Gaia อย่างดี จนทำให้เขาค่อยสำรอกเอาลูกๆ ที่เคยกลืนกินออกมาทีละคนๆ ซึ่งตอนนั้นพวกเขาก็ล้วนเติบโตขึ้นเป็นเทพ และเทพีแห่งโอลิมปัสกันแล้ว[NPC2]ระหว่างการต่อสู้ของเทพซีอุสกับเทพ Cronos และ Titans ฝ่ายเทพซีอุสได้รับชนะ และได้กลายเป็นเจ้าแห่งเทพเจ้าในทันที ส่วนเทพ Cronos กับบรรดา Titan ของเขาต่าง ก็ถูกลงทัณฑ์โดยการกักขังเอาไว้ใน…

Continue Reading

เพอร์ซุส (perseus)

เพอร์ซุส วีรบุรุษแห่งกรีกที่แสนโด่งดังและเป็นที่รู้จักไปทั่วอีกท่านหนึ่ง ที่แม้จะไม่ได้มีกำลังเหมือนดั่งเฮอร์คิวลิส แต่ก็เป็นลูกครึ่งเทพเจ้าไม่ต่างกัน แต่พบว่ามีสิ่งหนึ่งที่แสนแปลกประหลาด ก็คือ เพอร์ซุสเป็นทวดของเฮอร์คิวลิส ซึ่งมีผลทำให้เฮอร์คิวลิสมีพลังอำนาจอันมหาศาล เนื่องด้วยการมีเชื้อจอมเทพมาจากทั้งฝ่ายบิดาและมารดา ผู้คนมากมายจึงขนานนามเพอร์ซุสว่า “เพอร์ซุสผู้สังหารเมดูซา” ซึ่งเมดูซาถือเป็นอสูรร้ายที่น่าเกรงกลัวมาก และมีความสามารถในการสาบคนให้กลายเป็นหินได้ด้วยการสบตา joker123 ตำนานเล่าเรื่องของเพอร์ซุสไว้ว่า เพอร์ซุสเป็นพระโอรสของเทพซีอุสและมนุษย์ธรรมดาที่มีชื่อว่า “ดาเนีย” ซึ่งที่มาของการรู้จักกันของเทพและคนธรรมดาคู่นี้เกิดมาจากตอนที่ท้าวอะคริสิอัสผู้เป็นกษัตริย์แห่งเมืองอาร์กอสและเป็นพระราชบิดาของเจ้าหญิงดาเนีย ได้เข้ารับคำทำนายโดยนักบวชแห่งวิหารเดลฟีว่า “เจ้าจะต้องตายด้วยบุตรชายแห่งธิดาเจ้า” ซึ่งจากที่ได้ฟังคำทำนายเช่นนั้น ท้าวอะคริสิอัสก็เกิดความกลัวมาโดยตลอดว่าวันใดวันหนึ่งพระองค์อาจจะต้องตายตามที่เคยถูกทำนานไว้แน่ ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงพยายามป้องกันไม่ให้เจ้าหญิงดาเนียได้แต่งงานกับใคร โดยการกักขังตัวเจ้าหญิงเอาไว้บนหอคอยสูง เพื่อเจ้าหญิงจะไก้ไม่มีโอกาสไปสร้างความสัมพันธ์กับชายคนไหนจนเกิดเป็นลูกออกมา แต่พระองค์ก็ไม่สามารถฝืนชะตาฟ้าลิขิตได้ เมื่อเทพซีอุสเกิดตกหลุมรักเจ้าหญิงดาเนียเข้า และลงมาร่วมภิรมย์สุขสมจนเจ้าหญิงตั้งครรภ์ในที่สุด และเจ้าหญิงก็ได้ให้กำเนิดเป็นพระโอรสออกมา เมื่อท้าวอะคริสิอัสทราบความดังนั้น ก็สั่งให้จับเจ้าหญิงดาเนียและพระโอรสใสหีบ แล้วนำไปลอยทิ้งทะเล แต่บังเอิญที่หีบใบนี้ได้ขึ้นไปเกยตื้นที่เกาะเซอริฟัส ทำให้เจ้าหญิงและพระโอรสได้รับความช่วยเหลือจากดิคทิส ผู้เป็นหัวหน้าชาวประมงแถบนั้น และเป็นพระเชษฐาแห่งกษัตริย์โพลิเดคทิส ดิคทิสตัดสินใจมอบตัวเจ้าหญิงและพระโอรสให้ท้าวโพลิเดคทิสช่วยอุปถัมภ์ จนในที่สุด พระโอรสก็เติบใหญ่ขึ้นเป็นหนุ่มรูปงาม ที่มีชื่อว่า “เพอร์ซุส” ตลอดเวลา ท้าวโพลิเดคทิสแอบหลงรักในตัวของเจ้าหญิงดาเนียมานานแสนนาน แต่มีถูกเพอร์ซุสคอยขัดขวางเสมอ พระองค์จึงคิดจะกำจัดเพอร์ซุส จึงรับสั่งให้เพอร์ซุสไปตัดหัวของเมดูซามาให้จงได้ ซึ่งเพอร์ซุสก็ยิมยอมทำตามคำสั่งแต่โดยดี[NPC2]เพอร์ซุสเดินทางออกไปทางทิศตะวันตก ตามคำบอกเล่าของท้าวโพลิเดคทิสที่บอกไว้ว่า ปีศาจร้ายเมดูซาอยู่บริเวณสุดขอบโลกทางทิศตะวันตก แต่เมื่อเพอร์ซุสเดินทางไปยังทิศตะวันตกไม่ทันไร ก็พบว่ามีทะเลมาขว้างกั้น แต่สวรรค์ก็ช่วยเหลือ เพราะเทพซีอุสผู้เป็นบิดาได้สั่งให้เทพฮาเดส เทพีอธีน่า และเทพเฮอร์เมส ลงไปช่วยเหลือเพอร์ซุสให้ทำภารกิจครั้งนี้ให้สำเร็จให้ได้ เทพเจ้าทั้ง 3 พระองค์จึงได้ประทานของวิเศษพระองค์ละชิ้นให้แก่เพอร์ซุส ดังต่อไปนี้…

Continue Reading